หน้าหลัก เรื่องราวการงาน รู้จัก Work Life Balance กันมานาน มารู้จัก Work Life Harmony บ้างดีกว่า

รู้จัก Work Life Balance กันมานาน มารู้จัก Work Life Harmony บ้างดีกว่า

Work Life Balance vs Work Life Harmony

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ กระแส Work Life Balance (เวิร์ค ไลฟ์ บาลานซ์) ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็ทำให้หลาย ๆ คนพบว่า Work Life Balance สามารถกลายเป็น Work ไร้ Balance ได้ง่าย ๆ ถ้าไม่มีแพลนในการจัดการเวลาและสังเกตความสุขของตัวเอง

สำหรับบางคน Work Life Balance ก็อาจจะไม่ใช่ทางออก เพราะสิ่งสำคัญในชีวิตของคนเราไม่เหมือนกัน วันนี้ซันเดย์เลยจะพาเพื่อน ๆ ไปทำความเข้าใจกับคำว่า Work Life Balance ในมุมมองใหม่ ๆ พร้อมค้นหาความบาลานซ์ในแบบของตัวเองไปพร้อม ๆ กัน

woman have a work-life balance

Work Life Balance คืออะไร?

Work Life Balance หมายถึงการใช้ชีวิตให้มีความสมดุลกันทั้งในด้านการทำงานและการใช้ชีวิต ช่วยทำให้ไม่เกิดอาการ Burnout จากการทำงาน โดยเป็นคำที่ถูกนำมาใช้ในวงกว้างทั่วโลก ทำให้คนวัยทำงานหันมาใส่ใจกับการใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การบริหารจัดการเวลาระหว่างการทำงานและการพักผ่อน การดูแลสุขภาพไปพร้อม ๆ กับการทำงานที่มีประสิทธิภาพและอื่น ๆ อีกมากมาย

การเริ่มต้นใช้ชีวิตแบบ Work Life Balance สามารถทำได้จากการไม่ทำงานเกินเวลา หาเวลาทำสิ่งที่ชอบ ไม่ตอบอีเมลในช่วงวันหยุด เมื่อถึงเวลาพักก็ต้องพักจริง ๆ รู้จักปฏิเสธเรื่องในที่ทำงานบ้างหากตารางงานของเราแน่นเกินไปแล้ว ทั้งหมดนี้ก็เพื่อสร้างความสมดุลให้กับการใช้ชีวิต ให้ไม่เครียดกับเรื่องงานมากจนเกินไป และมีเวลาไปทำสิ่งอื่น ๆ ที่ทำให้เรามีความสุขมากขึ้น


Work Life Balance ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดจริงหรือ?

ต้องบอกว่าการที่สามารถบริหารจัดการเวลาในชีวิตได้ถือว่าเป็นทักษะที่ควรมีอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่ทุกคนที่อยากจะมี Work Life Balance ในรูปแบบที่หลาย ๆ คนทำกัน เพราะความสำคัญของสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตของแต่ละคนไม่เท่ากัน เช่น บางคนการทำงานให้ดีเลิศคือเป้าหมายที่ตั้งใจเอาไว้ว่าจะต้องทำให้ได้ ในขณะที่บางคนอาจจะให้ความสำคัญกับการใช้เวลากับครอบครัวมากกว่า และบางคนก็อาจจะมองว่าการมีเวลามากพอให้ได้ทำงานอดิเรกคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงใจได้ดีที่สุด

ทำให้หลักการดั้งเดิมของ Work Life Balance ที่แนะนำให้คนแบ่งเวลาในการทำงานและการใช้ชีวิตที่เท่ากัน อาจจะใช้ไม่ได้กับทุกคนเสมอไป หลัง ๆ มาจึงมีคำว่า Work Life Harmony เข้ามาแทน ซึ่งอาจจะเหมาะกับสไตล์การใช้ชีวิตของคนบางกลุ่มมากกว่า


Work Life Harmony เพราะงานและชีวิต เป็นเรื่องเดียวกันได้

happy working asian woman

แนวคิด Work Life Harmony นี้จะแตกต่างจาก Work Life Balance ตรงที่เป็นแนวคิดที่มองว่าการทำงานและการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขนั้นเป็นเรื่องเดียว ๆ กัน สามารถส่งเสริมกันให้แต่ละด้านดีขึ้นได้ โดยเฉพาะหลังจากเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา แนวคิดนี้ก็ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายเลยทีเดียว

ในขณะที่ Work Life Balance คือการทำงาน เลิกงาน แล้วใช้เวลาว่างในการทำสิ่งที่ชอบ แต่ Work Life Harmony กลับเป็นการทำงานและการใช้ชีวิตในแบบที่ชอบได้ในเวลาเดียวกัน เช่น บางคนเลือกที่จะ Work from Home เป็นจำนวน 3 วัน และเข้าออฟฟิศ 2 วัน ในวันที่ไม่ได้เข้าออฟฟิศ เมื่อทำงานเสร็จแล้ว เขายังมีเวลาไปทำสิ่งอื่น ๆ ที่สนใจ เช่น การเข้าร่วมเวิร์คช็อป แล้วนำความรู้นั้นมาปรับใช้กับงานประจำที่ทำอยู่ 

อีกหนึ่งตัวอย่างคือนักออกแบบกราฟิกที่ทำงานแบบฟรีแลนซ์ สามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้บนโลก เขาจึงเลือกเดินทางไปด้วยและทำงานไปด้วย ทำให้เขาได้รับแรงบันดาลใจใหม่ ๆ จากสถานที่ท่องเที่ยว ผู้คนที่พบเจอ แล้วสามารถนำสิ่งเหล่านั้นมาปรับใช้กับงานออกแบบได้ จะเห็นว่าการใช้ชีวิตของเขาคือการทำงานไปในตัว แต่เขายังคงมีความสุขกับการได้พบเจอสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ


อยากเริ่ม Work Life Harmony ต้องทำยังไง?

ซันเดย์ต้องบอกว่า Work Life Harmony ไม่มีข้อกำหนดตายตัวว่าจะต้องเริ่มต้นยังไง แต่ถ้าจะให้ง่ายที่สุดคือเริ่มมองหาว่าเรามีความสุขกับอะไรบ้าง แล้วสิ่งเหล่านั้นสามารถทำให้เราเก่งขึ้นในด้านอื่น ๆ ได้อย่างไรบ้าง เราจะสามารถใช้ชีวิตกับสิ่งที่ต้องรับผิดชอบและสิ่งที่ชอบไปด้วยกันได้อย่างไร 

การมองหาจุดเชื่อมโยงระหว่างชีวิตส่วนตัว การทำงาน สิ่งที่ชอบและความสุขเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับ Work Life Harmony เช่น หากคุณเป็นนักการตลาดที่ชอบดูภาพยนตร์ ก็สามารถใช้เวลาในการสร้างโซเชียลมีเดียที่เกี่ยวกับภาพยนตร์ แล้วนำความรู้จากการทำการตลาดมาผสมผสานกับงานอดิเรกนี้ได้ ในขณะเดียวกัน สิ่งที่คุณเรียนรู้จากการทำโซเชียลมีเดีย ก็สามารถนำไปปรับใช้กับการทำงานได้ด้วย สิ่งสำคัญคือ คุณมีความสุขในการได้ทำทั้งสองอย่าง และได้พัฒนาตัวเองไปได้พร้อม ๆ กัน

สุดท้ายแล้ว การปรับชีวิตให้เป็น Work Life Harmony ไม่มีสิ่งที่ผิดหรือถูก แต่ขึ้นอยู่กับการเรียนรู้และปรับปรุงไลฟ์สไตล์ไปเรื่อย ๆ จนเจอกับสิ่งที่ชอบและใช่ ที่สามารถเติมเต็มและสร้างความสุขให้เราได้นั่นเอง


ทำไมต้อง Work Life Harmony?

Work Life Harmony มีข้อดีอยู่หลายอย่าง นอกจากความสุขที่ได้จากการทำงานและการใช้ชีวิตแล้ว ก็ยังช่วยทำให้อัตราการเกิด Burnout ลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะเราจะมีความสุขกับสิ่งที่ทำ อีกสิ่งหนึ่งก็คือช่วยลดการเกิด Quiet Quitting ได้ดี 

Quiet Quitting คือการที่พนักงานทำงานด้วยความไม่จริงจัง ถ้าคุณเป็นหัวหน้าทีมหรือเป็นฝ่ายบุคคลแล้วกำลังเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ การนำแนวคิด Work Life Harmony มาใช้ในองค์กรก็อาจจะช่วยปรับปัญหานี้ให้ดีขึ้นได้ โดยอาจจะเริ่มจากการอนุญาตให้พนักงานสามารถทำงานจากที่บ้านได้เป็นบางวัน เพิ่มมุมพักผ่อนภายในออฟฟิศให้มากขึ้น หรือเพิ่มกิจกรรมที่สามารถทำให้พนักงานสนุกกับงานที่ทำมากขึ้นได้

นอกจากนี้อาจจะนำแนวคิด Work-Life Integration เข้ามาใช้ด้วยก็ได้ โดยเป็นการให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ของงานที่ออกมาดี มากกว่าจำนวนชั่วโมงที่ใช้ในการทำงาน เน้นที่ประสิทธิภาพนั่นเอง


โฟกัสที่ความสุข แล้วทุกอย่างจะ Balance เอง

สุดท้ายนี้ซันเดย์ก็ตอบให้ทุกคนไม่ได้ว่าการใช้ชีวิตแบบไหนถึงจะเหมาะสมกับแต่ละคนมากที่สุด เพราะสุดท้ายแล้วมันคือการทดลองนำไปปรับใช้ในชีวิตจริง แล้วค่อย ๆ ปรับวิธีและแนวคิดเพื่อเจอสไตล์การใช้ชีวิตที่เหมาะสมกับตัวเอง

สิ่งหนึ่งที่อยากฝากไว้คือ ถ้าอยากมีชีวิตที่ Balance ในทุก ๆ ด้าน การเลือกความสุขและความสบายใจของตัวเองก่อน ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ตราบใดที่คุณเลือกสิ่งที่ทำให้มีความสุขแล้วไม่ไปกระทบกับความรับผิดชอบในส่วนอื่น ๆ ของชีวิต ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีแล้วล่ะ 😃

ซื้อประกันสุขภาพเหมาจ่าย
Share this article
Shareable URL
Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

7 เทคนิคเตรียมตัวสัมภาษณ์งาน เพิ่มโอกาสได้งานที่หวังไว้!

สัมภาษณ์งานมาหลายที่ก็ยังถูกเลือกให้เป็นผู้ที่ผิดหวัง แต่รอบนี้ทุกอย่างจะต้องเปลี่ยนไป…
how to interview

รู้จักชาว ESTJ ทำไมใคร ๆ ถึงเรียกว่า “บุคลิกภาพผู้บริหาร”? 

มนุษย์แต่ละคนย่อมมีบุคลิกภาพที่แตกต่างกันไป ด้วยเหตุนี้ การเรียนรู้ถึงลักษณะนิสัยหรือบุคลิกภาพหลาย ๆ แบบ…
ESTJ จุดเด่น จุดด้อย