ในช่วงปี 2568 ที่ผ่านมา ทางสำนักงานคปภ. ได้ประกาศบังคับใช้ “เกณฑ์ใหม่ประกันรถยนต์น้ำมัน” ที่ผู้เอาประกันจะต้องระบุชื่อผู้ขับขี่ เพื่อเก็บ “ข้อมูลและประวัติการขับขี่” นำมาสะสมเป็น “ระดับพฤติกรรมการขับขี่” เพื่อให้ผู้เอาประกันสามารถรับความคุ้มครองจากประกันรถยนต์ในเบี้ยประกันที่เหมาะสมกับพฤติกรรมการขับขี่อย่างแท้จริง
อย่างไรก็ดี สำนักงาน คปภ. ยืนยันชัดเจนว่า เกณฑ์ใหม่ประกันรถยนต์ปี 2569 จะไม่มีการบังคับระบุชื่อผู้ขับขี่ในกรมธรรม์ โดยผู้เอาประกันภัยยังคงมีสิทธิเลือกทำประกันภัยได้ทั้งแบบ “ระบุชื่อ” และ “ไม่ระบุชื่อ” ตามความสมัครใจ
หากคุณเป็นอีกคนที่กำลังสับสนว่า สรุปแล้วประกันรถยนต์ปี 2569 นี้ยังมีการบังคับระบุชื่อผู้ขับขี่อยู่หรือไม่ มีเงื่อนไขอะไรที่ต้องทำความเข้าใจบ้าง ลองมาดูทุกเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับเงื่อนไขใหม่ของประกันรถยนต์ในบทความนี้กัน
เลือกอ่านประเด็นที่สนใจ
ทำความเข้าใจประกาศบังคับระบุชื่อผู้ขับขี่ในปี 2568

ในปี 2568 สำนักงาน คปภ. เริ่มนำร่องบังคับให้รถยนต์ป้ายแดงและรถยนต์ไฟฟ้าต้องระบุชื่อผู้ขับขี่ในกรมธรรม์ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2568 เพื่อจัดเก็บฐานข้อมูลพฤติกรรมการขับขี่ (Behavior-Based Insurance) โดยมีเงื่อนไขสำคัญ 3 ข้อ ดังนี้
- การจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล โดยมีข้อบังคับระบุชื่อผู้ขับขี่เพื่อเก็บ “คะแนนพฤติกรรมการขับขี่” (Driving Score) ลงในฐานข้อมูลกลางของสำนักงาน คปภ.
- การเชื่อมโยงเบี้ยประกันกับประวัติการขับขี่ โดยจะมีการบันทึกข้อมูลประวัติการเคลมเฉพาะบุคคล ซึ่งเป็นฐานข้อมูลกลางที่บริษัทประกันสามารถเข้ามาตรวจสอบเพื่อพิจารณาการรับประกัน
- การจัดเก็บข้อมูลผ่านระบบฐานข้อมูลกลาง โดยมุ่งเน้นให้บริษัทประกันส่งข้อมูลประวัติการขับขี่เข้าสู่ฐานข้อมูลสำนักงาน คปภ. เพื่อใช้คำนวณเบี้ยประกันให้สะท้อนความเสี่ยงจริง
กฎใหม่ของประกันรถยนต์น้ำมันในปี 2569 คืออะไร?

ตามคำสั่งนายทะเบียนที่ 46/2567 สำนักงาน คปภ. ยืนยันชัดเจนว่า ไม่บังคับ ให้ระบุชื่อผู้ขับขี่ โดยผู้เอาประกันยังเลือกได้ 2 รูปแบบตามสมัครใจ คือแบบระบุชื่อและแบบไม่ระบุชื่อ โดยมีเงื่อนไขสำคัญ 3 ข้อ ดังนี้
- ความยืดหยุ่นในการระบุชื่อ โดยกฎใหม่ปรับให้สามารถระบุชื่อผู้ขับขี่ได้สูงสุดถึง 5 ราย (จากเดิม 2 ราย) เพื่อรองรับครอบครัวขนาดใหญ่ หรือ องค์กร
- ระบบส่วนลดพฤติกรรม (Behavioral Discount) โดยจะนำระบบการจัดระดับความเสี่ยง 5 ระดับมาใช้ หากเลือกแบบระบุชื่อและมีประวัติขับขี่ดีต่อเนื่อง อาจได้รับส่วนลดเพิ่มขึ้นเป็นขั้นบันได
- ความคุ้มครองกรณี “คนอื่น” ขับ โดยแม้จะเป็นกรมธรรม์แบบระบุชื่อ แต่หากบุคคลอื่นที่ไม่ได้ระบุชื่อนำรถไปใช้และเกิดอุบัติเหตุโดย “ไม่ได้เป็นฝ่ายผิด” บริษัทประกันยังคงให้ความคุ้มครองตามปกติ แต่หากเป็นฝ่ายผิดอาจต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) ตามเกณฑ์ที่กำหนด
สรุป ควรเลือก “ระบุชื่อ” หรือ “ไม่ระบุชื่อ” ผู้ขับขี่?
| ระบุชื่อผู้ขับขี่ | ไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ | |
|---|---|---|
| เหมาะกับ | ผู้ใช้รถประจำที่ชัดเจน ต้องการประหยัดเบี้ย | ครอบครัวหรือองค์กรที่สลับผู้ขับขี่บ่อย |
| ข้อดี | มีโอกาสได้รับส่วนลดจากพฤติกรรมการขับขี่ (Driver Score) | ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าเสียหายส่วนแรก |
| ข้อควรระวัง | หากคนอื่นขับแล้วเป็นฝ่ายผิด อาจต้องจ่าย Deductible | ไม่ได้รับส่วนลดจากระดับพฤติกรรมการขับขี่ |
หากต้องการปรับแต่งความคุ้มครองและเช็กเบี้ยประกันรถยนต์ที่เหมาะสม ทั้งรถยนต์น้ำมันและรถยนต์ไฟฟ้า สามารถเช็กได้ที่เว็บไซต์ easysunday.com
อ้างอิง: PrakunRod
