หน้าหลัก › รู้ทันประกันรถยนต์ › เกิดอุบัติเหตุรถชน เช็กให้ชัวร์ควรทำอะไรก่อนหลัง

เกิดอุบัติเหตุรถชน เช็กให้ชัวร์ควรทำอะไรก่อนหลัง

อุบัติเหตุเป็นเหตุการณ์ที่ยากจะคาดเดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุบัติเหตุบนท้องถนนที่อาจเกิดขึ้นจากรถยนต์ ทั้งจากผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์และมือใหม่หัดขับ

ในบทความนี้ ซันเดย์ได้สรุปทุกขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้คุณรับมืออุบัติเหตุทางรถยนต์ เพื่อจัดการกับเหตุไม่คาดฝันได้อย่างถูกต้อง ดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว และสามารถลดความเสี่ยงอื่นๆ ในครบทุกแง่มุม 


เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชนควรทำอย่างไร?

หากเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน ไม่ว่าเราจะเป็นฝ่ายโดนชนหรือเป็นฝ่ายชนรถคันอื่น หลายคนก็คงจะมีอาการตกใจจนไม่รู้ว่าควรทำอะไรก่อนหลัง 

แต่ก่อนจะคิดว่าใครถูกใครผิด แนะนำให้ทำตาม 4 ขั้นตอน เพื่อรับมือกับอุบัติเหตุรถยนต์อย่างถูกต้องกัน


  1. ตั้งสติและประเมินสถานการณ์โดยรอบ

เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชน ควรหยุดรถทันทีและเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน จากนั้นควรตั้งสติ แน่นอนว่าอาการตื่นตระหนกต้องเกิดขึ้นเป็นธรรมดา แต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วลองหยุดและสูดหายใจเข้าลึกๆ และผ่อนลมหายใจออกช้าๆ ทำเช่นนี้ประมาณ 4 – 5 ครั้ง เพื่อปรับอัตราการเต้นของหัวใจและอารมณ์ให้สงบมากขึ้น 

จากนั้นเริ่มประเมินสถานการณ์ เช็กว่าตนเองและผู้ร่วมทางมีอาการบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า หากมีผู้บาดเจ็บ สามารถโทร. 1669 ติดต่อสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (ทั่วประเทศ) เพื่อเรียกหน่วยกู้ภัยและรถพยาบาลมาสถานที่เกิดเหตุโดยทันที 

หากมีคนได้รับบาดเจ็บ ห้ามเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บเองหากไม่จำเป็น เพราะการเคลื่อนย้ายที่ผิดวิธีอาจทำให้ผู้บาดเจ็บอาการสาหัสมากกว่าเดิม ซึ่งหากเป็นอุบัติเหตุร้ายแรง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือมีผู้เสียชีวิต ต้องโทร. 191 แจ้งตำรวจให้มายังสถานที่เกิดเหตุด้วย

การเคลื่อนย้ายรถสามารถทำได้ในกรณีอุบัติเหตุไม่ร้ายแรงและมีกล้องหน้ารถที่ช่วยบันทึกหลักฐานไว้แล้ว หรือ อาจตกลงกับคู่กรณีเพื่อขยับรถเข้าข้างทาง ไม่ให้กีดขวางการจราจรได้ 

แต่ในกรณีที่เป็นอุบัติเหตุร้ายแรง ให้จอดรถอยู่ในสภาพเดิมเพื่อคงรายละเอียดการชนไว้


เบอร์โทรฉุกเฉิน

เมื่อเกิดอุบัติเหตุสามารถโทรเบอร์ฉุกเฉินอื่นที่เหมาะกับสถานการณ์หรือสถานที่เกิดเหตุ เพื่อขอความช่วยเหลือเบื้องต้นเช่นกัน 

  • 1193: ตำรวจทางหลวง เมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือรถมีปัญหาบนทางหลวงทั่วประเทศ 
  • 1155: ตำรวจท่องเที่ยว หากเกิดอุบัติเหตุบริเวณสถานที่ท่องเที่ยว
  • 1543: การทางพิเศษแห่งประเทศไทย กรณีเกิดอุบัติเหตุบนทางด่วน
  • 199: สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร เมื่อมีเพลิงไหม้จากการเกิดอุบัติเหตุ
  • 1646: ศูนย์เอราวัณ หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน (กทม.) เมื่อต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์โดยเร่งด่วน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
  • 1677: มูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด มีเจ้าหน้าที่คอยประสานงานกับภาครัฐ ภาคเอกชนและเครือข่ายพันธมิตรอื่นๆ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • 1418: มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เกิดอุบัติเหตุแล้วมีผู้บาดเจ็บ ต้องนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน

  1. เก็บหลักฐาน

ในกรณีที่อุบัติเหตุไม่ร้ายแรงและไม่มีอาการบาดเจ็บ แนะนำให้ถ่ายรูปหรือวิดีโอเพื่อเก็บหลักฐานต่างๆ ก่อนเคลื่อนย้ายรถ ทั้งตำแหน่งรถบนถนน ร่องรอยการชน เศษชิ้นส่วนต่างๆ จากการชน รอยเบรก ป้ายทะเบียนรถคู่กรณี พร้อมกับบันทึกเวลาและสถานที่เกิดเหตุ เพื่อใช้เป็นประโยชน์ในการเคลมค่าเสียหายกับบริษัทประกัน

นอกจากนี้ ควรแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคู่กรณี ทั้งชื่อ เบอร์โทร เลขบัตรประชาชน หรือ เลขที่ใบขับขี่ รวมถึงรายละเอียดรถของคู่กรณี 

แต่ถ้าคู่กรณีมีท่าทีคุกคาม หรือ เหตุเกิดในสถานที่เปลี่ยว แนะนำให้อยู่ในรถและรีบโทรแจ้งตำรวจ พร้อมกับถ่ายรูปหลักฐานและป้ายทะเบียนรถของคู่กรณีไว้ โดยไม่ควรรีบตกลงค่าเสียหายก่อน แม้ว่าคุณหรือคู่กรณีจะไม่มีประกันรถยนต์ก็ตาม


  1. ติดต่อเรียกประกัน

อุบัติเหตุรถชนที่มีคู่กรณี ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผิดหรือฝ่ายถูก ควรโทรหาบริษัทประกันให้เจ้าหน้าที่มายังจุดเกิดเหตุ เพื่อมาเก็บหลักฐาน ไกล่เกลี่ยกับคู่กรณี ประเมินความเสียหายและดำเนินการออกใบเคลมเพื่อส่งรถซ่อมต่อไป

ลูกค้าซันเดย์สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ประกันได้ที่ Sunday Customer Service เบอร์โทร 0 2022 1111 หรือกด “แจ้งเหตุฉุกเฉิน” ผ่านซูเปอร์แอปฯ Jolly by Sunday 

หากเกิดอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณี ไม่มีผู้บาดเจ็บและรถยนต์เสียหายเพียงเล็กน้อย สามารถเคลมแห้งโดยใช้ฟีเจอร์ Livestream Claim เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยประเมินความเสียหายได้โดยไม่ต้องเสียเวลารอเจ้าหน้าที่มาที่จุดเกิดเหตุ 

แต่ถ้าอยู่ในสถานการณ์เร่งรีบและสะดวกเคลมภายหลัง หากไม่มีคู่กรณี หรือ ผู้บาดเจ็บ ลูกค้าซันเดย์ยังสามารถใช้ฟีเจอร์ Snap & Claim โดยถ่ายรูปความเสียหายของรถและแจ้งเคลมผ่านซูเปอร์แอปฯ Jolly by Sunday ได้เช่นกัน


  1. กรณีไม่สามารถไกล่เกลี่ยสถานการณ์ได้

หากคู่กรณีหรือประกันทั้งสองฝ่ายตกลงกันไม่ได้ สามารถโทรแจ้งตำรวจหรือไปสถานีตำรวจในพื้นที่ เพื่อให้ตำรวจช่วยไกล่เกลี่ยสถานการณ์ได้

หากคู่กรณีไม่มีประกัน แต่เรามีประกันแล้วเราเป็นฝ่ายถูก เราสามารถเคลมค่าเสียหายจากประกันได้ปกติ โดยเจ้าหน้าที่ประกันของเราจะเรียกค่าเสียหายจากคู่กรณีเอง

ในกรณีที่ไม่มีประกันทั้งสองฝ่าย โดยปกติสามารถเจรจาตกลงเรื่องค่าเสียหายกันเองได้ แต่หากไม่สามารถตกลงกันได้อาจให้ตำรวจเป็นตัวกลางช่วยไกล่เกลี่ย หรือ เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายต่อไป 


เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้ว ทางที่ดี คือ มีสติและดำเนินการตามขั้นตอนอย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนและปัญหาการจราจรติดขัด ไม่ควรใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง เพราะอาจทำให้สถานการณ์บานปลายและยิ่งเสียเวลา

นอกจากนี้ ความเสียหายจากอุบัติเหตุมักจะมีค่าใช้จ่ายสูง ประกันรถยนต์จึงเป็นตัวช่วยที่สามารถแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นได้ อีกทั้งมีส่วนช่วยให้การไกล่เกลี่ยเป็นไปได้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น 


ซื้อประกันรถ ev
Share this article
Shareable URL
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

มีรถต้องรู้! รวมวิธีรับมือและป้องกันความเสียหายรถยนต์ในช่วงน้ำท่วมที่ถูกต้อง

อุทกภัย หรือ น้ำท่วม เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาล โดยเฉพาะรถยนต์…

อัปเดตล่าสุด! สรุปประกันรถยนต์บังคับระบุชื่อผู้ขับขี่หรือเปล่า?

ในช่วงปี 2568 ที่ผ่านมา ทางสำนักงานคปภ. ได้ประกาศบังคับใช้ “เกณฑ์ใหม่ประกันรถยนต์น้ำมัน”…
ประกาศบังคับระบุชื่อผู้ขับขี่ในปี 2568
0
Share