ในปัจจุบัน มีผู้เปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมาก โดยจากสถิติในปีพ.ศ. 2568 พบว่ามียอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าสูงเกินหนึ่งแสนคัน เนื่องจากค่าน้ำมันที่แพงและค่าชาร์จไฟฟ้าที่ถูกกว่า รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้ายังมีฟีเจอร์และเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยมากขึ้นเรื่อยๆ
แต่นอกจากข้อดีต่างๆ ของรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว เชื่อว่าหลายๆ คนเองคงเป็นกังวลถึงความปลอดภัยของรถยนต์ไฟฟ้าจากกรณีข่าวรถยนต์ไฟฟ้าเกิดไฟไหม้ที่เป็นประเด็นอยู่ช่วงหนึ่ง ทั้งยังเป็นเหตุการณ์ไฟไหม้ที่ไม่ได้เกิดขึ้นกับแค่รถยนต์ไฟฟ้าคันเดียว
แล้วทำไมรถไฟฟ้าถึงไฟไหม้ อะไรเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าไหม้ได้ และจะมีวิธีป้องกันอย่างไร ลองมาหาคำตอบได้ในบทความนี้เลย
เลือกอ่านประเด็นที่สนใจ
ทำความรู้จักแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า

แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV Battery) คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เก็บพลังงานไฟฟ้าไว้ในรูปแบบของพลังงานเคมี เมื่อต้องจ่ายพลังงานให้กับมอเตอร์จะเปลี่ยนกลับไปเป็นพลังงานไฟฟ้า โดยมีการทำงานร่วมกับอินเวอร์เตอร์ เปรียบเสมือนถังน้ำมันในรถยนต์สันดาป โดยปัจจุบันมีการพัฒนาแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้รถยนต์ไฟฟ้ามีสมรรถนะในการวิ่งดียิ่งขึ้นและวิ่งได้ระยะทางไกลกว่าเดิม โดยแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้ามี 4 ประเภท ดังนี้
- แบตเตอรี่ชนิดลิเทียมไอออน (Lithium Ion Battery / Li-ion)
แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนเป็นที่นิยมที่สุดในปัจจุบัน สามารถเก็บไฟฟ้าได้มาก มีอายุการใช้งานนานและชาร์จไฟได้อย่างรวดเร็ว แต่มีต้นทุนในการผลิตสูงและอุณหภูมิของแบตเตอรี่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการใช้งาน อุณหภูมิที่เหมาะสมคือ 20 – 60 องศาเซลเซียส มีโอกาสลุกไหม้ หรือ ระเบิดได้หากอุณหภูมิสูงมาก
- แบตเตอรี่ชนิดนิกเกิลเมทัลไฮไดรด์ (Nickel-metal Hydride Battery / Ni-MH)
แบตเตอรี่ชนิดนี้นิยมใช้ในรถยนต์ไฮบริด มีอายุการใช้งานและมีความทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิได้ดีกว่าแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน แต่เก็บไฟได้น้อยกว่าและมีการปล่อยความร้อนสูง
- แบตเตอรี่ชนิดโซเดียมไอออน (Sodium Ion Battery / Na-Ion Battery)
แบตเตอรี่โซเดียมไอออนสามารถชาร์จไฟได้เร็วและทนต่อสภาพอุณหภูมิร้อนสูงหรือหนาวจัดได้ แต่เก็บพลังงานได้น้อย เหมาะกับการวิ่งระยะสั้น
- แบตเตอรี่ชนิดตะกั่วกรด (Lead Acid Battery)
แบตเตอรี่ชนิดตะกั่วกรดมีความปลอดภัยและสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ค่อนข้างสูง ราคาไม่แพง แต่มีอายุการใช้งานสั้นและมีประสิทธิภาพลดลงเมื่อใช้สภาวะอุณหภูมิต่ำ จึงถูกนำมาใช้เป็นแบตเตอรี่สำรองในรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น
โครงสร้างและส่วนประกอบของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า
การรู้จักโครงสร้างและส่วนประกอบของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าจะช่วยให้เข้าใจความเสียหายหรือความผิดปกติของแบตเตอรี่ที่สามารถนำไปสู่การมีความร้อนสะสมและเกิดไฟไหม้ได้ดียิ่งขึ้น
โดยแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า หรือ รถ EV มีโครงสร้างและส่วนประกอบหลายชั้น ได้แก่
- เซลล์ (Cell)
เซลล์เป็นหน่วยที่เล็กที่สุดในการเก็บพลังงานของแบตเตอรี่ ภายในแต่ละเซลล์จะประกอบไปด้วยขั้วบวก ขั้วลบ อิเล็กโทรไลต์ที่เป็นของเหลวช่วยให้ประจุไฟฟ้าเกิดการเคลื่อนที่และแผ่นกั้นที่เป็นตัวช่วยแยกประจุไฟฟ้าขั้วบวกและขั้วลบ ไม่ให้สัมผัสกันโดยตรง หากเซลล์เกิดความเสียหายหรือผิดปกติอาจทำให้เกิดความร้อนสูง
- โมดูล (Module)
โมดูลเป็นหน่วยย่อยที่เกิดจากการนำเซลล์แบตเตอรี่หลายๆ เซลล์มารวมกันและเชื่อมต่อกันในโครงสร้างเดียว เพื่อสร้างเป็นชุดอุปกรณ์ที่ให้พลังงานเพียงพอสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าหรือการจัดเก็บพลังงาน มีความปลอดภัยและควบคุมง่าย
- ชุดแบตเตอรี่ (Battery Pack)
ชุดแบตเตอรี่ คือ การนำหลายโมดูลมารวมกันเป็นก้อนใหญ่ติดตั้งในรถ ช่วยปกป้องเซลล์จากแรงกระแทกหรือความเสียหายอื่นๆ โดยมีระบบการจัดการและควบคุมแบตเตอรี่ (Battery Management System: BMS) ทำหน้าที่คอยตรวจสอบ ควบคุมความปลอดภัย และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์แบตเตอรี่ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เช่น
- ควบคุมการชาร์จและจ่ายไฟ ตัดวงจรหรือจำกัดกระแสไฟทันทีเมื่อมีการชาร์จไฟเกิน หรือ ใช้ไฟหมดเกลี้ยง
- ปรับสมดุลเซลล์แบตเตอรี่ เกลี่ยระดับพลังงานของแบตเตอรี่แต่ละเซลล์ให้เท่ากัน เพื่อให้ประจุไฟเต็มประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งาน
- ตรวจสอบอุณหภูมิ วัดความร้อนภายในก้อนแบตเตอรี่ ป้องกันไม่ให้เกิดความร้อนสูงเกินไปซึ่งอาจทำให้แบตบวม หรือระเบิดได้
- คำนวณสถานะแบตเตอรี่ ประเมินปริมาณไฟคงเหลือและสุขภาพของแบตเตอรี่เพื่อแสดงผลให้ผู้ขับขี่ทราบ
การทำงานของแบตเตอรี่รถไฟฟ้า
หากเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าจะช่วยให้รู้ถึงสาเหตุความผิดปกติของระบบไฟฟ้าที่แบตเตอรี่มีการทำงานร่วมกับส่วนอื่นๆ ได้อย่างตรงจุดมากขึ้น
แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าจากการชาร์จไฟมาเก็บไว้เป็นพลังงานเคมีในแบตเตอรี่ โดยลิเทียมไอออนในเซลล์แบตเตอรี่จะเคลื่อนที่จากขั้วบวกไปขั้วลบ ซึ่งจะมีความร้อนเกิดขึ้นตามปกติ ระบบการจัดการและควบคุมแบตเตอรี่จะต้องควบคุมแรงดันและอุณหภูมิให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้มีความร้อนสะสมมากเกินไปจนเซลล์เกิดความเสียหาย
เมื่อมีการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่จะเปลี่ยนพลังงานเคมีที่ถูกสะสมเก็บไว้เป็นพลังงานไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ลิเทียมไอออนในเซลล์แบตเตอรี่จึงเกิดการเคลื่อนที่อีกครั้ง เพื่อส่งพลังงานไปแปลงที่อินเวอร์เตอร์ และจ่ายกระแสไฟให้มอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถวิ่งได้ปกติ
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้แบตเตอรี่รถไฟฟ้าไหม้
ปัจจัยที่ทำให้แบตเตอรี่มีการทำงานผิดปกติและอาจนำไปสู่การเกิดไฟไหม้ มีดังนี้

- สภาพแวดล้อมอุณหภูมิสูง หรือ แบตเตอรี่โดนความร้อน
แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนสามารถทำงานได้ดีที่สุดในอุณหภูมิที่เหมาะสม ไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป ซึ่งความร้อนสะสมอาจเกิดจากจอดรถกลางแดดเป็นเวลานาน ขับรถยนต์ไฟฟ้าต่อเนื่องด้วยความเร็วสูง การชาร์จเร็วหลายครั้งติดกัน และระบบระบายความร้อนทำงานผิดปกติ ซึ่งอาจทำให้มีความร้อนสะสมในแบตเตอรี่จนนำไปสู่ไฟไหม้ได้
- ความเสียหายจากการเกิดอุบัติเหตุ
เมื่อมีการเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้แบตเตอรี่เกิดความเสียหาย เช่น รถชน ขับรถแล้วช่วงล่างเกิดการกระแทกโดนแบตเตอรี่ ทำให้โครงสร้างแบตเตอรี่เสียหาย จนอาจเกิดไฟฟ้าลัดวงจรและอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
- อายุการใช้งานและความเสื่อมของแบตเตอรี่
แบตเตอรี่มักจะมีความเสื่อมตามอายุการใช้งาน เช่น เซลล์แบตเตอรี่เสื่อม ฉนวนกันความร้อนเสื่อมและทำให้เกิดความร้อนสะสมได้ง่ายขึ้น ด้วยเหตุนี้ เจ้าของรถยนต์จึงควรนำรถยนต์เข้ารับการตรวจสอบตามรอบกำหนดอยู่เสมอ
- ความบกพร่องจากการผลิต
การเกิดไฟไหม้แบตเตอรี่โดยที่มีการใช้งานอย่างปกติ อาจเป็นเพราะแบตเตอรี่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น มีสิ่งแปลกปลอมในเซลล์แบตเตอรี่ มีการประกอบแบตเตอรี่ผิดพลาด หรือ วัสดุภายในมีตำหนิ
แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานในประเทศไทยต้องมี มอก.3026-2563 ซึ่งเทียบเท่ากับ UN R100 ตามมาตรฐานสากล โดยแบตเตอรี่จะผ่านการทดสอบการกระแทก การลัดวงจร การสั่นสะเทือน และการควบคุมอุณหภูมิมาแล้ว
- ระบบการจัดการและควบคุมแบตเตอรี่ขัดข้อง
ระบบการจัดการและควบคุมแบตเตอรี่ขัดข้องเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น สถานีชาร์จผิดปกติ ระบบระบายความร้อนมีปัญหา หรือเซนเซอร์บางตัวทำงานผิดพลาด จึงส่งผลให้ระบบการจัดการมีปัญหา อาจนำไปสู่การเกิดไฟฟ้าลัดวงจร หรือ มีความร้อนสะสม
แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าไฟไหม้ เกิดจากอะไร
สาเหตุหลักของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า หรือ รถ EV เกิดไฟไหม้ คือ แบตเตอรี่มีความร้อนสะสม หรือ มีการทำงานผิดปกติเป็นหลัก จนอาจเกิดเป็นเพลิงไหม้และลามไปยังส่วนอื่นๆ ได้ โดยสามารถแบ่งเป็นสาเหตุหลักได้ดังนี้
1. ความร้อนสะสมในแบตเตอรี่ (Thermal Runaway)
หากแบตเตอรี่ทำงานหนักเกินไป เช่น ชาร์จเร็ว ชาร์จต่อเนื่องกลางแดด ระบายความร้อนไม่ทัน หรือ ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่ทำให้อุณหภูมิในเซลล์แบตเตอรี่จะพุ่งสูงขึ้นจนมีความร้อนสะสมมาก อาจทำให้เกิดไฟลุกไหม้และลามไปยังเซลล์อื่นอย่างรวดเร็ว จนทำให้เกิดไฟไหม้รุนแรงที่ควบคุมได้ยาก
2. ไฟฟ้าลัดวงจร (Short Circuit)
เมื่อมีปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกิดจากการชนแล้วแบตเตอรี่เสียหาย สายไฟชำรุด หรือ น้ำเข้าระบบไฟฟ้า ทำให้เกิดประกายไฟภายในกล่องแบตเตอรี่ ซึ่งสามารถลุกลามออกมาเป็นเพลิงไหม้ได้
3. การชาร์จผิดวิธี
การชาร์จไฟจากปลั๊กไม่ได้มาตรฐาน หรืออยู่ในพื้นที่อากาศร้อนจัด สามารถเพิ่มความเสี่ยงให้ระบบควบคุมความร้อนของแบตเตอรี่ทำงานผิดพลาดจนแบตเตอรี่ลุกไหม้เองได้
วิธีรับมือเมื่อเกิดเหตุแบตเตอรี่รถยนต์ไฟไหม้
หากเกิดเหตุการณ์แบตเตอรี่รถยนต์ไฟไหม้กับตัว ควรปฏิบัติตามนี้

- ถอยห่างออกจากรถทันที
เมื่อเกิดเหตุแบตเตอรี่ไฟไหม้ควรรีบออกจากรถให้เร็วที่สุดและออกห่างไปอย่างน้อย 30 เมตร เพราะหากแบตเตอรี่เสียหายมากอาจเกิดการระเบิดได้ จากนั้นให้รีบโทรแจ้งสายด่วน 199 (สถานีดับเพลิง) หรือ 1669 (สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ) กรณีที่มีผู้บาดเจ็บ
ที่สำคัญ พยายามไม่สูดดมควัน เนื่องจากการเผาไหม้แบตเตอรี่มีสารเคมีที่เป็นพิษอันตรายระเหยออกมาด้วย
- กรณีที่จำเป็นต้องควบคุมเพลิงเอง
การดับไฟเองควรใช้ในกรณีที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น และใช้ในสถานการณ์ที่ไม่ร้ายแรง ควรคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก วิธีที่ดีที่สุดคือการใช้น้ำดับไฟ โดยฉีดน้ำต่อเนื่องจนกว่าพลังงานในแบตเตอรี่จะหมด เพื่อป้องกันไม่ให้ไปกระทบกับส่วนอื่นจนเกิดเพลิงไหม้ลุกลามได้ จึงต้องใช้น้ำในปริมาณมากและฉีดควบคุมเพลิงนานถึงจะสามารถควบคุมความร้อนได้
การใช้ถังดับเพลิงดับไฟอาจสามารถควบคุมอุณหภูมิได้แค่ชั่วคราว ไฟอาจถูกจุดติดขึ้นมาอีกได้ แต่ในกรณีที่ไฟไหม้ส่วนอื่นของรถสามารถใช้ถังดับเพลิงช่วยดับไฟได้
จากที่ได้ทำความเข้าใจเรื่องของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า จะเห็นได้ว่าปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดไฟไหม้นั้นมีหลายปัจจัย จึงควรมีการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าอย่างรอบคอบ ใช้ที่ชาร์จที่มีมาตรฐาน ตรวจเช็กแบตเตอรี่เป็นประจำ และ สังเกตอาการที่ผิดปกติของรถ เพื่อป้องกันการเกิดไฟไหม้และสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้ทันท่วงที
แบตเตอรี่ไฟไหม้ ประกันคุ้มครองอย่างไร
หากรถยนต์ไฟฟ้าเกิดอุบัติเหตุแบตเตอรี่ไฟไหม้และลุกลามไปตัวถังรถ ระบบไฟฟ้าได้รับความเสียหายอย่างหนัก เมื่อบริษัทประกันประเมินแล้วว่าค่าซ่อมแซมสูงเกิน 70% ของทุนประกัน จะถือว่าเป็นการเสียหายโดยสิ้นเชิง บริษัทจะคืนทุนประกันให้แก่ผู้เอาประกัน ตามจำนวนที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์
โดยผู้เอาประกันจะได้รับความคุ้มครองนี้ก็ต่อเมื่อเหตุเกิดจากมาตรฐานการผลิต หรือ ระบบการจัดการและควบคุมแบตเตอรี่ขัดข้อง โดยที่ผู้เอาประกันไม่ได้ดัดแปลงแบตเตอรี่และสภาพรถผิดไปจากมาตรฐานโรงงาน เช่น ตัดต่อสายไฟ เปลี่ยนแปลงระบบการจัดการแบตเตอรี่
สำหรับประกันรถยนต์ไฟฟ้าซันเดย์ พร้อมให้คุณเลือกความคุ้มครองและทุนประกันได้ตามความต้องการ เพื่อให้คุณได้รับเบี้ยประกันที่คุ้มค่า มีอู่ซ่อมรถในเครือข่ายและศูนย์ซ่อมรถยนต์ที่มีมาตรฐานพร้อมให้บริการทั่วประเทศ หากคุณกำลังมองหาประกันรถยนต์ไฟฟ้าที่ความคุ้มครองครอบคลุมแบบนี้ สามารถเช็กเบี้ยประกันที่เหมาะกับคุณคลิก
