สำหรับใครที่มีรถยนต์ไฟฟ้ามากกว่า 1 คัน หรือ มีทั้งรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์น้ำมันอยู่ในครอบครอง เชื่อว่าคงสงสัยอยู่ไม่น้อยว่า บริษัทประกันจะพิจารณาระดับพฤติกรรมการขับขี่ มาเพื่อคำนวณเบี้ยประกันรถยนต์อย่างไร หรือจริงๆ แล้ว เกณฑ์การคิดระดับพฤติกรรมการขับขี่จะใช้ในกรณีการทำประกันรถยนต์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น มาหาคำตอบไปพร้อมกัน
เลือกอ่านประเด็นที่สนใจ:
เข้าใจการคำนวณเบี้ยที่ต่างกัน

แม้จะเป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองรถยนต์เหมือนกัน แต่ทั้งประกันรถยนต์ไฟฟ้าและประกันรถยนต์น้ำมันจะมีตัวแปรที่นำมาใช้คำนวณเบี้ยประกันที่แตกต่างกัน ซึ่งประกันรถยนต์แต่ละประเภทจะมีหลักการคำนวณที่แตกต่างกัน ดังนี้
ประกันรถยนต์น้ำมันคิดเบี้ยจากอะไร?
โดยทั่วไปแล้ว ประกันรถสันดาป หรือ ประกันรถที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง จะคำนวณเบี้ยจากปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับตัวรถยนต์และผู้ขับขี่ เช่น
- อายุผู้ขับขี่
- ประวัติการขับขี่ ซึ่งดูจากประวัติการเคลมและอุบัติเหตุที่ผ่านมา
- ประเภทของรถยนต์
- ลักษณะการใช้งานรถยนต์ เช่น เป็นรถยนต์ส่วนบุคคล รถยนต์ใช้ในเชิงพาณิชย์ หรือ รถยนต์ใช้สำหรับขนของ
- อายุของรถยนต์
- พื้นที่ใช้งานรถยนต์
- ความคุ้มครองที่เลือก เช่น ประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ให้ความคุ้มครองมากกว่าประกันรถยนต์ชั้นอื่นๆ จึงทำให้มีค่าเบี้ยประกันรถยนต์ที่สูงกว่า
ประกันรถไฟฟ้าคิดเบี้ยจากอะไร?
ประกันรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน สำนักงาน คปภ. กำหนดให้นำ “ระดับพฤติกรรมการขับขี่” มาใช้คำนวณเบี้ยแทนปัจจัยด้านอายุผู้ขับขี่ เพื่อสะท้อนความเสี่ยงที่แท้จริงของแต่ละบุคคล โดยมี 5 ระดับ ดังนี้

หากเกิดอุบัติเหตุที่เป็นฝ่ายผิดแม้เพียง 1 ครั้ง จะรีเซตกลับระดับที่ 1 ทุกกรณี ไม่ว่าจะอยู่ระดับใดก็ตาม
กรณีมีรถยนต์ไฟฟ้ามากกว่า 1 คัน
ระดับพฤติกรรมการขับขี่จะเชื่อมกันทุกกรมธรรม์ที่มีชื่อเป็นผู้ขับขี่ หมายความว่าหากเกิดอุบัติเหตุที่เป็นฝ่ายผิดกับรถคันใดคันหนึ่ง ระดับพฤติกรรมของกรมธรรม์ทุกคันจะรีเซตกลับระดับที่ 1 ทันที ในทางกลับกัน หากทุกคันปลอดอุบัติเหตุตลอดปี ก็จะได้รับส่วนลดเบี้ย 10% พร้อมกันทุกกรมธรรม์
กรณีมีรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์น้ำมัน
ปัจจุบัน คปภ. ยังไม่บังคับใช้ระดับพฤติกรรมการขับขี่กับประกันรถยนต์น้ำมัน แต่มีข้อควรระวังสำคัญคือ หากนำรถยนต์น้ำมันไปเกิดอุบัติเหตุที่เป็นฝ่ายผิดกับรถยนต์ไฟฟ้าคันอื่น จะส่งผลให้ระดับพฤติกรรมของประกันรถยนต์ไฟฟ้าในครอบครองทุกคันรีเซตกลับระดับที่ 1 ทันที
ตัวอย่าง: มีรถยนต์ไฟฟ้า 2 คัน และรถยนต์น้ำมัน 1 คัน หากขับรถน้ำมันไปชนรถยนต์ไฟฟ้าคันอื่นโดยเป็นฝ่ายผิด ประกันรถยนต์ไฟฟ้าทั้ง 2 กรมธรรม์จะรีเซตกลับระดับที่ 1 และต้องจ่ายเบี้ยเต็มราคาในปีถัดไป แต่หากชนกับรถยนต์น้ำมันด้วยกัน จะไม่กระทบกับประกันรถยนต์ไฟฟ้าที่มีอยู่

กรณีมีรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์น้ำมัน คิดระดับพฤติกรรมการขับขี่อย่างไร?
ปัจจุบัน สำนักงาน คปภ. ยังไม่บังคับใช้ระดับพฤติกรรมการขับขี่กับประกันรถยนต์น้ำมัน แต่มีข้อควรระวังสำคัญสำหรับผู้ที่มีทั้งรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์น้ำมันในครอบครอง ดังนี้
รถยนต์น้ำมัน → ชนรถยนต์ไฟฟ้า (ฝ่ายผิด) ส่งผลให้ระดับพฤติกรรมการขับขี่ของประกันรถยนต์ไฟฟ้าทุกกรมธรรม์ที่มีชื่อเป็นผู้ขับขี่รีเซตกลับระดับที่ 1 ทันที
รถยนต์น้ำมัน → ชนรถยนต์น้ำมัน หรือไม่มีคู่กรณี ไม่ส่งผลกระทบต่อระดับพฤติกรรมการขับขี่ของประกันรถยนต์ไฟฟ้าที่มีอยู่
ตัวอย่าง: มีรถยนต์ 3 คัน เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 2 คัน และรถยนต์น้ำมัน 1 คัน
- ขับรถยนต์น้ำมันไปชนรถยนต์น้ำมันคันอื่นโดยเป็นฝ่ายผิด → ไม่ส่งผลกระทบต่อประกันรถยนต์ไฟฟ้าที่มีอยู่
- ขับรถยนต์น้ำมันไปชนรถยนต์ไฟฟ้าคันอื่นโดยเป็นฝ่ายผิด → ประกันรถยนต์ไฟฟ้าทั้ง 2 กรมธรรม์รีเซตกลับระดับที่ 1 ต้องจ่ายเบี้ยเต็มราคาในปีถัดไป
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรขับขี่โดยประมาท เพราะรถยนต์น้ำมันเองก็ใช้ประวัติการขับขี่ในการคำนวณเบี้ยด้วยเช่นกัน
เมื่อไหร่ประกันรถยนต์น้ำมันจะมีการคิดระดับพฤติกรรมการขับขี่?
คปภ. มีแผนขยายการใช้ระดับพฤติกรรมการขับขี่ไปยังประกันรถยนต์น้ำมันด้วย ตามกำหนดการดังนี้
- 1 มิถุนายน 2568 — เริ่มใช้กับรถยนต์ส่วนบุคคลป้ายแดง หรือรถยนต์ที่มีอายุไม่ถึง 1 ปี
- 1 มกราคม 2569 — บังคับใช้กับรถยนต์น้ำมันส่วนบุคคลทุกคันที่มีอายุเกิน 1 ปี
ตัวอย่าง: ซื้อรถยนต์น้ำมันป้ายแดงในเดือนกรกฎาคม 2568 และเกิดอุบัติเหตุที่เป็นฝ่ายผิดในเดือนสิงหาคม 2568 ระดับพฤติกรรมการขับขี่จะรีเซตกลับระดับที่ 1 ทันที ส่งผลให้ต้องจ่ายเบี้ยเต็มราคาในปีต่ออายุ และหากมีรถยนต์ไฟฟ้าในครอบครองด้วย ก็จะส่งผลกระทบต่อกรมธรรม์ประกันรถยนต์ไฟฟ้าทุกคันที่มีชื่อเป็นผู้ขับขี่อีกด้วย
สรุปเรื่องระดับพฤติกรรมการขับขี่ที่ควรรู้
ระดับพฤติกรรมการขับขี่ส่งผลโดยตรงต่อเบี้ยประกันรถยนต์ไฟฟ้า โดยยิ่งขับขี่ปลอดภัยและไม่เกิดอุบัติเหตุที่เป็นฝ่ายผิด ก็จะยิ่งได้รับส่วนลดเบี้ยประกันสูงขึ้น แต่หากเกิดอุบัติเหตุที่เป็นฝ่ายผิดเพียงครั้งเดียว ระดับพฤติกรรมจะรีเซตกลับระดับที่ 1 ทันที และส่งผลกับกรมธรรม์ประกันรถยนต์ไฟฟ้าทุกคันที่มีชื่อเป็นผู้ขับขี่
สิ่งที่หลายคนอาจมองข้ามคือแม้จะขับรถยนต์น้ำมัน หากไปเกิดอุบัติเหตุที่เป็นฝ่ายผิดกับรถยนต์ไฟฟ้าคันอื่น ก็จะส่งผลกระทบต่อระดับพฤติกรรมของประกันรถยนต์ไฟฟ้าในครอบครองด้วยเช่นกัน
และในอนาคตอันใกล้ รถยนต์น้ำมันก็จะเริ่มมีการคิดระดับพฤติกรรมการขับขี่เช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า ดังนั้นไม่ว่าจะขับรถประเภทใด การขับขี่อย่างระมัดระวังจึงเป็นเรื่องสำคัญทั้งในแง่ความปลอดภัยและค่าเบี้ยประกันในระยะยาว
รู้แบบนี้แล้ว อย่าลืมขับรถยนต์โดยไม่ประมาท ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า หรือ รถยนต์น้ำมัน ทั้งนี้ไม่ใช่เพื่อรับส่วนลดและค่าเบี้ยประกันรถยนต์ที่ดีขึ้น แต่เป็นเพื่อความปลอดภัยและป้องกันความสูญเสียของผู้ใช้ท้องถนนคนอื่นๆ ด้วย
สำหรับใครที่กำลังมองหาประกันรถยนต์ไฟฟ้าสามารถเช็กค่าเบี้ยประกันรถยนต์ไฟฟ้ากับซันเดย์ได้ง่าย ๆ ในบทความ “รวมครบ! ความคุ้มครองและเบี้ยประกันรถยนต์ไฟฟ้าซันเดย์” เพื่อเลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมในราคาคุ้มค่า

