hero-image

10 เทคนิคมือใหม่ ขับรถมั่นใจ ไปไหนก็ปลอดภัยทุกเส้นทาง

เคยมั้ย? เป็นกังวลทุกครั้งเวลาต้องขับรถออกถนนใหญ่ จะไปไหนก็ไม่ค่อยมั่นใจในเส้นทางและการเข้าเลน แถมตอนจะถอยจอดที่ไหนขาดความคล่องแคล่วต้องเล็งแล้วเล็งอีกจนเมื่อยกว่าจะสำเร็จ เรื่องเหล่านี้เป็นธรรมดาของคนขับมือใหม่ที่ต้องพบเจอเสมอ เพราะการขับรถให้เก่งนั้นต้องใช้เวลาและประสบการณ์บนท้องถนนที่พบเจอ สั่งสมจนเกิดเป็นความเชี่ยวชาญในการขับขี่

โดยในครั้งนี้ เราในฐานะเจ้าของรถที่พึ่งถอยป้ายแดงมาใหม่ ต้องฝึกฝนและเรียนรู้อะไรบ้าง ถึงจะช่วยทำให้ทุกการเดินทางของเราไปถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัย และเป็นสิ่งที่ควรฝึกฝนไว้ให้เกิดประสบการณ์ ตามมาดูกันได้เลย

1. ศึกษาเส้นทางให้ดี ก่อนขับรถไปที่ใหม่

อย่าไว้ใจ Google Map จนเกินไป! ยิ่งเวลาที่เราต้องขับรถไปต่างจังหวัด เพราะปกติแล้ว Google จะมองหาเส้นทางที่สั้นและลัดที่สุดเพื่อประหยัดเวลาเดินทางให้เราเสมอ แต่เจ้าเส้นทางที่สั้นที่สุดในต่างจังหวัดนั้นส่วนใหญ่จะเป็นตรอกซอกซอยที่เล็ก จนบางครั้งก็แคบขนาดที่รถยนต์แทบจะวิ่งไม่ได้แถมยังเป็นถนนลูกรังอีกต่างหาก ยิ่งถ้าเป็นช่วงกลางคืนที่ไม่มีไฟถนนถ้าหลงเข้าไปแล้วจะยิ่งอันตราย แถมถ้าโชคร้ายเข้าไปอยู่ในจุดอับสัญญาณโทรศัพท์แล้วล่ะก็ นอกจากจะพึ่งพา Google Map ไม่ได้แล้วยังโทรขอความช่วยเหลือใครไม่ได้อีกต่างหาก เรียกได้ว่าเป็นสถานการณ์คับขันที่ไม่ควรมีใครต้องเจอแบบนี้เป็นอย่างยิ่ง

วิธีแก้ก็คือก่อนที่จะเดินทางไปยังสถานที่ไม่คุ้นเคย ไม่ว่าจะในเมืองหรือตามต่างจังหวัด ไม่ควรกดปักหมุดบน Google Maps แล้วออกเดินทางทันที ควรศึกษาเส้นทางและประเมินความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นเสียก่อน และให้เวลาขับรถก็ให้หมั่นสังเกตป้ายเขียวบอกทาง จะได้เตรียมการเปลี่ยนเลนล่วงหน้าทัน

2. ทำความรู้จักส่วนต่างๆ ของรถให้กระจ่าง

ก่อนที่จะเริ่มออกรถ จะดีมากถ้าเรารู้จักส่วนต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการใช้งานให้แม่นยำ ตั้งแต่เรื่องพื้นฐานสุดๆ อย่างฝาน้ำมันอยู่ข้างไหนของตัวรถ (ซึ่งเราสามารถเช็กได้ง่ายๆ เพียงสังเกตที่เกจน้ำมันว่ามีลูกศรชี้ไปฝั่งซ้ายไหม? ถ้าไม่มีแสดงว่าจุดเติมน้ำมันของรถเราจะอยู่ฝั่งขวา) ไปจนถึงวิธีเปิดกระโปรงหน้ารถที่ถูกต้อง ฝาหม้อน้ำอยู่ตรงไหนจะได้ไม่เผลอไปเปิดตอนเครื่องยังร้อน จะเช็กน้ำมันเครื่องต้องดูยังไง ยางอะไหล่ในรถมีอยู่หรือเปล่า มีสายชาร์จสำหรับเชื่อมแบตเตอรี่เก็บไว้ใช้งานหรือไม่ ฯลฯ

ฟังดูเรื่องเรื่องพื้นฐานแบบสุดๆ แต่เชื่อเถอะ ว่ามันคือสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะเมื่อเราจำเป็นต้องขับรถคันอื่นที่ไม่คุ้นเคย ก็ควรจะต้องทำความรู้จักทุกฟังก์ชั่นที่จำเป็นก่อนออกรถเสมอนะ

3. ขับช้าชิดซ้ายไม่แช่เลนขวา สำคัญกว่าที่คิด

ไม่จำเป็นไม่ควรขับรถแช่ขวานานๆ เพราะอาจสร้างความรำคาญและผิดกฏหมายได้!นอกจากจะเป็นมารยาทบนท้องถนนแล้ว ตามกฏหมายจราจรใน พรบ.จราจรทางบก ปี 2522 มาตรา 34 ระบุไว้ชัดเจนเลยว่า เราต้องขับรถในช่องซ้ายสุดเท่านั้น เว้นแต่ถูกกีดขวาง ปิดการจราจร เมื่อจะแซงหน้ารถคันอื่น หรือเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูงกว่ารถในช่องทางด้านซ้าย โดยเฉพาะนักขับมือใหม่อย่างเราที่ยังไม่ค่อยมั่นใจในเส้นทาง การเลือกขับรถโดยไม่ใช้ความเร็วมากนักไม่ควรขับแช่ที่เลนขวาเป็นอย่างยิ่ง

4. รักษาช่องทาง เว้นระยะห่างกับรถคันหน้าให้ดี

ถึงความสัมพันธ์จะไม่ควรห่างไกล แต่การขับรถนั้นยิ่งใกล้กลับยิ่งเสี่ยงมากขึ้น! โดยเฉพาะการเบรกเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน ถ้าไม่เว้นระยะห่างเอาไว้ให้พอกับระยะหยุดรถก็อาจจะจูบท้ายรถคันหน้าได้ ถึงแม้จะไม่มีหลักการที่ชัดเจนระบุเอาไว้ในกฏจราจรว่าควรขับห่างจากรถคันหน้าเท่าไหร่ แต่ก็ควรเว้นระยะเอาไว้ประมาณ 1-2 ระยะคันรถ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสภาพการจราจรในขณะนั้น

อีกเรื่องที่หลายคนมักจะพลาดกันบ่อยเช่นกัน ก็คือการขับรถคร่อมเลน ไม่ยอมรักษาช่องทางของตัวเอง ซึ่งนอกจากจะเป็นการแสดงมารยาทที่ไม่เหมาะสมบนท้องถนนจนทำให้คนอื่นต้องลำบาก ยังอาจเกิดอันตรายขึ้นได้จากการไปขวางช่องทางเดินรถของคนอื่นได้อีกด้วย

5. ไม่ขับเร็วจนเกินไป หมั่นดูป้ายกำหนดความเร็วข้างทาง

เข้าใจว่าบางครั้งเวลาเจอถนนโล่งๆ เราก็อยากจะใช้ความเร็วในการขับขี่บ้าง แต่ก็อยากจะให้ผู้ขับขี่ทั้งหลายระมัดระวังเรื่องของการใช้ความเร็วเกินกำหนดเอาไว้เสมอ โดยเฉพาะตอนที่ขึ้นทางด่วนเราจะสังเกตเห็นว่าบางช่วงของเส้นทางจะมีการตั้งกล้องจับความเร็วเอาไว้ตามจุดต่างๆ และมีการกวดขันเรื่องการใช้ความเร็วอยู่มาก ดังนั้นถ้าไม่อยากได้ใบสั่งจากกล้องจับความเร็วส่งถึงบ้าน และเพื่อความปลอดภัย ให้ดูป้ายจำกัดความเร็วข้างทางและพยายามอย่าใช้ความเร็วเกินกว่าที่ปรากฏอยู่ในป้าย

6. ไม่เล่นมือถือหรือแต่งหน้า ในเวลาที่ควรจับพวงมาลัย

ถือเป็นเรื่องพื้นฐานที่ทุกคนต้องรู้ เพราะเราไม่ควรทำกิจกรรมใดๆ ที่ทำให้เราต้องละสายตาหรือเสียสมาธิจากความเคลื่อนไหวบนถนนขณะขับรถ โดยเฉพาะเมื่อเวลารถติดที่เราเข้าใจว่ามันน่าเบื่อ แต่การละสายตาเพียงเล็กน้อยไปเช็กเฟสบุ๊คหรือไลน์ก็อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันได้ ถ้าจำเป็นจริงๆ ให้พึ่งการใช้หูฟังหรือ Handsfree เพื่อการคุยโทรศัพท์หรือฟังสื่อบันเทิงแทนการดู แต่ก็ต้องระมัดระวังและเพ่งสมาธิไปที่บนเส้นทางด้านหน้ามากกว่าสิ่งอื่นใดด้วยนะ

7. เลือกที่จอดให้ดี ถ้าไม่อยากเจอเหตุไม่คาดฝัน

คนที่ขับรถเป็นประจำจะรู้กันดีว่าการหาที่จอดรถดีๆ นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ซึ่งเราก็ขอแนะนำว่าการมองหาที่จอดรถให้เลือกจุดจอดมีไฟส่องสว่าง มีผู้คนพลุกพล่าน และถ้าเป็นไปได้ก็แนะนำให้จอดรถในสถานที่ที่จัดมาให้โดยเฉพาะ เพราะจะมีคนช่วยดูแลรวมถึงอาจจะมีกล้องวงจรปิดติดตั้งเอาไว้ให้เราอุ่นใจขึ้น และถ้าเป็นไปได้ให้เลือกจอดภายในแถวไม่แยกออกมาจอดห่างจากกลุ่มรถ เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงจากรถคันอื่นขับมาเฉี่ยวชนให้เกิดริ้วรอยที่น่าเจ็บใจอีกด้วย

8. รถสตาร์ทไม่ติดต้องแก้ไหว ศึกษาวิธีทำไว้เป็นการดี

สำหรับมือใหม่หลายคนแค่ขับรถก็ว่ายากแล้ว การดูแลรถยนต์ให้อยู่ในสภาพดียิ่งยากขึ้นไปอีกขั้น แต่ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่คนขับรถทุกคนควรจะทำให้ได้ โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันอย่าง “รถสตาร์ทไม่ติด” ที่เป็นฝันร้ายที่หลายคนไม่อยากเจอ ซึ่งสาเหตุและวิธีแก้ไขก็มีหลากหลาย อาทิ

รถสตาร์ทไม่ติดเพราะแบตเตอรี่เสื่อม วิธีแก้ก็คือการขอพ่วงแบตเตอรี่มาจากรถยนต์คันอื่นที่จอดไว้ใกล้ๆ หากพ่วงแล้วสตาร์ทติดง่ายขึ้น ก็เป็นสัญญาณการเสื่อมของแบตเตอรี่ที่ควรจะเปลี่ยนได้แล้ว

ถ้าขณะที่กำลังขับรถแล้วอยู่ๆ ตัวเครื่องก็ค่อยๆ เบาลงจนดับไปกลางอากาศล่ะก็ อาจจะเป็นสัญญาณของอาการไดชาร์จเสื่อม ซึ่งควรเรียกช่างผู้ชำนาญการมาเปลี่ยนอะไหล่ที่จำเป็นโดยเร็วที่สุดจะดีกว่า

ถ้าบิดกุญแจแล้วสตาร์ทไม่ติด โดยที่ไม่มีแผงไฟที่หน้าปัดคอนโซลขึ้นมาให้เราเห็นล่ะก็ สามารถสัญนิษฐานได้เลยว่าน่าจะเป็นเพราะระบบไฟฟ้าในรถของเรานั้นเกิดปัญหาเข้าแล้ว โดยอาการนี้สามารถแก้ได้ด้วยการพ่วงแบตเตอรี่จากรถคันอื่น แต่ถ้ายังไม่หายก็แนะนำให้เรียกช่างผู้ชำนาญมาแก้ไขแทน

9. อย่าลืมต่อ พ.ร.บ. พร้อมภาษีประจำปีตามกฏหมาย

หนึ่งในค่าใช้จ่ายหลักสำหรับคนใช้รถที่ต้องเตรียมไว้เป็นประจำทุกปี นั่นคือค่าใช้จ่ายด้านภาษีและค่าต่อประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ที่ต้องทำไว้ตามกฏหมายเพื่อเป็นความคุ้มครองเบื้องต้น เพราะหากเกิดอุบัติเหตุแล้วแต่เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่าไม่ต่อภาษีก็อาจทำให้ถูกดำเนินคดีได้ ที่สำคัญหากได้ทำการต่อภาษีรถยนต์แล้วห้ามลืมเปลี่ยนป้ายหน้ารถให้เรียบร้อย ไม่งั้นหากคุณตำรวจจราจรเรียกตรวจ ก็อาจจะต้องถูกปรับโดยไม่คาดคิดก็เป็นได้

10. ทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจไว้ เกิดเหตุเมื่อไหร่ก็รับมือไหว

นอกจากการทำประกันภาคบังคับตามกฏหมายแล้ว อีกหนึ่งทางเลือกที่คนขับรถทุกคนควรมีไว้นั่นก็คือประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ซึ่งเราก็ขอแนะนำ “ประกัน Sunday” ที่จะช่วยเสริมความคุ้มครองที่จะทำให้ชีวิตการขับขี่ของทุกคนอุ่นใจ ไม่ว่าจะเกิดเหตุอะไรก็ตาม

โดยจุดเด่นของประกัน Sunday นั้น ก็คือทาง Sunday จะได้นำเทคโนโลยี AI และ Machine Learning มาประเมินความเสี่ยงเพื่อคำนวนเบี้ยประกันที่คุ้มค่าเหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล นอกจากนั้นประกัน Sunday ยังเปิดโอกาสให้คุณสามารถเลือกรูปแบบการคุ้มครองได้หลากหลายตามความต้องการ จะปรับลดหรือเพิ่มวงเงินความคุ้มครอง หรือจะสนใจเลือกซื้อบริการเพิ่มในจุดที่จำเป็นอย่าง บริการรถยก บริการเติมน้ำมันฉุกเฉิน หรือความช่วยเหลือบนท้องถนน ฯลฯ ก็ทำได้ง่ายเพียงไม่กี่คลิก

แผนประกันแนะนำ

ประกันรถยนต์ซันเดย์ เกิดเหตุ เคลมง่าย ฉุกเฉินเรียกได้ ผ่านแอปพลิเคชัน

อยากหาอู่ซ่อมที่ได้คุณภาพ? ซันเดย์คัดมาให้แล้วที่นี่

และแน่นอนว่าด้วยการที่เป็นประกันรถยนต์ยุคใหม่ คุณจึงสามารถจัดการทุกสิ่งไม่ว่าจะเป็นการเลือกซื้อ การชำระค่าเบี้ยประกัน การเรียกพนักงานมาตรวจสอบในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ไปจนถึงกระบวนการเคลมและติดตามสถานะงานซ่อมกับอู่ ก็สามารถทำได้ผ่านแอปพลิเคชั่น Sunday Service อย่างง่ายดายด้วยตนเองแบบเรียลไทม์ ง่าย สะดวก รวดเร็ว ในราคาที่โดนใจเหมาะกับคุณ

แหละนี่ก็คือ 10 เทคนิคดีๆ สำหรับนักขับมือใหม่ ที่กำลังมองหาวิธีที่จะยกระดับการขับขี่ของเราให้มีความมั่นใจ เพื่อจะได้เดินทางไปถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัยทุกวันนั่นเอง