หน้าหลัก › สาระสุขภาพ › ท้องเสียไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่อาจเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่

ท้องเสียไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่อาจเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่

หลายครั้งที่เราต้องเผชิญกับอาการท้องเสียโดยที่ไม่รู้สาเหตุ บางคนอาจจะคิดว่าเพราะเป็นคนธาตุเบา หรือ บางทีก็คิดว่าเวลาเสิร์ชหาข้อมูลอะไรก็เจอแต่โรคมะเร็ง จึงไม่ได้ใส่ใจเท่าที่ควร นั่นเป็นเพราะว่าอาการของมะเร็งมีความกว้างและคล้ายโรคทั่วไป ซึ่งอาการท้องเสียบ่อยก็เป็นหนึ่งอาการเริ่มต้นของมะเร็งได้เช่นกัน

ท้องเสีย หรืออุจจาระร่วง (Diarrhea) คือ อาการถ่ายอุจจาระเหลว โดยอาการทั่วไปของท้องเสีย นอกจากถ่ายเหลวแล้ว ยังอาจมีอาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ คลื่นไส้ รวมถึงอาเจียนร่วมด้วย 

อาการท้องเสีย ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารและดื่มน้ำไม่สะอาด ทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร และนำไปสู่อาการท้องเสียได้

อย่างไรก็ดี อาการท้องเสียบ่อย หรือ อยู่ในระดับที่รุนแรง อาจเป็นสัญญาณเตือนโรคร้ายอย่างมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร หรือ มะเร็งลำไส้ใหญ่ได้เช่นกัน


เลือกอ่านประเด็นที่สนใจ


ท้องเสียเกี่ยวกับมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อย่างไร?

หลายคนอาจสงสัยว่า อาการท้องเสียธรรมดาจะเกี่ยวข้องกับมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อย่างไร โดยคำถามนี้สามารถตอบได้จากลักษณะทางกายวิภาคของมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ส่งผลต่อลำไส้

มะเร็งลำไส้ใหญ่ มีลักษณะเป็นติ่ง หรือ ก้อนเนื้อที่บริเวณลำไส้ใหญ่ และเมื่อก้อนเนื้อขยายใหญ่ขึ้น อาจส่งผลให้ช่องทางเดินอุจจาระแคบลง การขับถ่ายของเสียเป็นไปได้ยากขึ้น จนทำให้เกิดอาการท้องผูก และเมื่อท้องผูกติดต่อกันเป็นเวลานาน ร่างกายจะพยายามขับของเสียที่อุดตันออก จึงมีการหลั่งเมือกผ่านก้อนเนื้อนั้น ทำให้มีการถ่ายเหลวคล้ายอาการท้องเสียได้ 

ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมท้องเสียบ่อยอาจเป็นอาการเบื้องต้นของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้


มะเร็งลำไส้ใหญ่เกิดจากอะไร?

มะเร็งลำไส้ใหญ่ เกิดจากการที่เซลล์เจริญผิดปกติและแบ่งแยกเซลล์ผิดปกติ จนเกิดเป็นเนื้องอกขึ้นมาบริเวณลำไส้ใหญ่ 

โดยอาการท้องเสียบ่อย หรือ ท้องเสียเรื้อรัง เป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนของมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่แสดงให้เห็นถึงการอักเสบของลำไส้ แต่นอกจากการอักเสบของลำไส้ใหญ่แล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย ดังนี้

  • ครอบครัวมีประวัติเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือ มีติ่งเนื้อที่ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
  • อายุที่มากขึ้น โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่มักจะพบได้มากในผู้ป่วยที่อายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป แต่ปัจจุบัน พบในผู้ป่วยวัยทำงานที่อายุต่ำกว่า 40 ปี มากขึ้น 
  • เป็นโรคเบาหวาน หรือ มีภาวะดื้ออินซูลิน มักจะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่มากขึ้น
  • รับประทานอาหารที่มีกากใยสูงอย่างผักและผลไม้ในปริมาณน้อย แต่กลับรับประทานอาหารที่มีกากใยต่ำและไขมันสูงในปริมาณมาก โดยเฉพาะอาหารที่มีเนื้อสัตว์แปรรูปสูง ทำให้ลำไส้ทำงานหนัก
  • ดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่เป็นประจำ
  • ไม่ออกกำลังกาย มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือ เป็นโรคอ้วน

ท้องเสียแบบไหนเสี่ยงเป็นมะเร็ง?

แม้อาการท้องเสียจะสามารถเป็นอาการเริ่มต้นของโรคที่ร้ายแรงได้ แต่ก็ไม่ใช่ท้องเสียทุกแบบจะเสี่ยงเป็นมะเร็ง โดยอาการท้องเสียที่อาจเกี่ยวกับมะเร็งลำไส้ใหญ่มักจะมาพร้อมอาการอื่นร่วมด้วย ซึ่งสามารถสังเกตอาการเบื้องต้น ดังนี้

  • มีอาการท้องผูกสลับกับท้องเสีย เป็นๆ หายๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ อาการเหล่านี้อาจสังเกตจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารของตนเอง เช่น อาจดื่มน้ำน้อย ทานอาหารที่มีกากใยต่ำทำให้ย่อยยาก นั่งอยู่กับที่นาน หรือ การทานยาบางชนิดก็ทำให้ท้องผูกได้ แต่ถ้าหากลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว อาการท้องผูกสลับท้องเสียนี้ยังไม่หายไปก็อาจเป็นอาการเบื้องต้นของมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้
  • มีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ร่วมกับอาการปวดท้องน้อยหน่วงๆ ผิดปกติ
  • เวลาถ่ายอุจจาระ มักจะมีอาการถ่ายไม่สุด
  • ไม่ค่อยผายลม
  • มีเลือดออกทางทวารหนักหรือมีเลือดปนในอุจจาระ
  • ทานอาหารปริมาณเท่าเดิม แต่น้ำหนักกลับลดลง

นอกจากอาการท้องเสียแล้ว ยังสามารถสังเกตลักษณะของอุจจาระที่อาจผิดปกติได้เช่นกัน ทั้งสีและลักษณะของอุจจาระสามารถบ่งบอกความผิดปกติของร่างกายได้เบื้องต้น 

ลักษณะอุจจาระที่ผิดปกติ จะมีลักษณะเป็นก้อนแข็งและเล็กเหมือนก้อนกรวด เนื่องจากมีการดูดซึมน้ำในอุจจาระขณะที่ค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่นานเกินไป หรือ อุจจาระมีลักษณะบางและลีบ เนื่องจากอุจจาระถูกบีบผ่านก้อนเนื้อในลำไส้ใหญ่

นอกจากนี้ อีกลักษณะที่ผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด คือ มีเลือดปนอยู่ในอุจจาระ หรือ ถ่ายเป็นเลือด สาเหตุอาจมาจากอุจจาระเสียดสีกับติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ จึงทำให้มีเลือดซึมออกมา

เพราะฉะนั้น ทุกคนควรหมั่นสังเกตอาการท้องเสีย ร่วมกับลักษณะของอุจจาระของตนเอง เมื่อมีอาการท้องเสียที่ผิดปกติ หรือ มีอาการรุนแรงเป็นระยะเวลานาน ไม่ควรปล่อยปละละเลยด้วยเรื่องเล็กๆ เหล่านี้ หากมีอาการผิดปกติ หรือ มีอาการที่เสี่ยงเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ควรไปพบแพทย์เพื่อได้รับการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง


ดูแลตัวเองตอนท้องเสียเบื้องต้นอย่างไร?

อาการท้องเสียที่ถ่ายเป็นน้ำที่มีอาการปวดท้องร่วมด้วย มีวิธีแก้และดูแลตัวเองเบื้องต้นเพื่อบรรเทาอาการท้องเสียง่ายๆ ดังนี้

  1. พยายามถ่ายอุจจาระออกให้หมด เพื่อให้เชื้อโรคและสารพิษถูกขับออกจากร่างกาย
  2. เลือกรับประทานอาหารอ่อน หรือ อาหารที่ย่อยง่าย หลีกเลี่ยงอาหารหมัก ดอง หรือ อาหารที่มีรสจัด เพื่อไม่ให้ลำไส้ทำงานหนัก
  3. หากไม่ทุเลาขึ้น ปรึกษาเภสัชกรเพื่อรับยาบรรเทาอาการท้องเสีย เช่น ยาคาร์บอน หรือ ยาแก้ท้องเสีย 
  4. ดื่มเกลือแร่ (ORS) ทดแทนน้ำที่เสียไป เนื่องจากเวลาท้องเสีย ร่างกายจะขับน้ำและแร่ธาตุสำคัญไปกับอุจจาระด้วย การดื่มเกลือแร่ช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำรุนแรงและช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้น
    • ไม่ควรดื่มเกลือแร่สำหรับออกกำลัง (ORT) ทดแทนกัน เพราะสองอย่างนี้มีส่วนประกอบและทำหน้าที่ต่างกัน เกลือแร่ท้องเสียจะมีปริมาณเกลือแร่หรือโซเดียมสูงและมีน้ำตาลน้อย ส่วนเกลือแร่ออกกำลังกาย มีปริมาณน้ำตาลสูงและเกลือแร่ต่ำ หากดื่มตอนท้องเสียอาจทำให้ลำไส้บีบตัวและถ่ายเหลวมากกว่าเดิม
  1. หากยังไม่หยุดถ่าย หรือ รับประทานยาแล้วแต่อาการไม่ดีขึ้น ควรไปพบแพทย์เพื่อได้รับการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้องในทันที

ท้องเสียควรกินอะไร และหลีกเลี่ยงอะไรบ้าง?

ในช่วงที่มีอาการท้องเสีย เป็นช่วงที่ลำไส้อ่อนแอและเกิดการอักเสบ จึงควรเลือกรับประทานอาหารที่ย่อยได้ง่าย ไม่ทำให้ลำไส้ทำงานหนัก เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก ที่ร่างกายสามารถย่อยและดูดซึมได้ทันที เนื้อสัตว์ที่มีมันน้อย อย่างไก่ ปลา หรือ กุ้ง 

สำหรับอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง คือ อาหารที่มีกากใยและไขมันสูง เพราะเป็นอาหารที่ย่อยยาก อาจไปเร่งการทำงานของลำไส้ รวมถึงเครื่องดื่มพวกชา กาแฟ น้ำอัดลม และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่กระตุ้นให้ลำไส้ทำงานหนัก

นอกจากนี้ยังควรหลีกเลี่ยงอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ อาหารหมักดอง เพราะมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคสูง อาจทำให้อาการแย่ลง 

ที่สำคัญ ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เนื่องจากอาจทำให้ลำไส้ระคายเคืองและตอบสนองด้วยการบีบตัวเร็วขึ้น ซึ่งทำให้อาการท้องเสียรุนแรงขึ้น 

เมื่อมีอาการท้องเสีย สามารถทานยาอะไรได้บ้าง?

หากมีอาการท้องเสียไม่รุนแรง สามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นโดยซื้อยามารับประทานเองได้ เพื่อบรรเทาอาการท้องเสีย ซึ่งยาที่สามารถซื้อทานเองได้และไม่เป็นอันตราย มีดังนี้ 

  • เกลือแร่ (ORS) เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำของร่างกาย 
  • ยาคาร์บอน หรือ ผงถ่าน ช่วยดูดซับสารพิษในทางเดินอาหาร ลดอาการแน่นท้องและทำให้อุจจาระเหลวน้อยลง
  • ยาแก้ท้องเสีย รูปแบบกลุ่มยาหยุดถ่าย เช่น โลเพอราไมด์ หรือ อิโมเดียม เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดและลดความถี่ในการถ่าย ใช้ในกรณีที่เมื่อทานยาคาร์บอนและเกลือแร่แล้วอาการไม่ดีขึ้น

อย่างไรก็ดี ควรปรึกษาแพทย์ หรือ เภสัชกรก่อนซื้อยามารับประทานเองทุกครั้ง เพื่อป้องกันอันตรายจากการใช้ยาโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ 

และที่สำคัญ ควรหลีกเลี่ยงการซื้อยายาฆ่าเชื้อ หรือ ยาปฏิชีวนะ ก่อนปรึกษาแพทย์ หรือ เภสัชกร เนื่องจากยาชนิดนี้ใช้รักษาโรคที่เกิดจากแบคทีเรียเท่านั้น ไม่ควรซื้อมารับประทานเองเพราะอาจเสี่ยงดื้อยาได้ 


ท้องเสีย ประกันสุขภาพคุ้มครองหรือเปล่า?

จะเห็นได้ว่าอาการท้องเสีย เป็นอาการมีความรุนแรงตั้งแต่ระดับเบาที่สามารถหายเองได้ไปจนถึงระดับรุนแรง และอาจเป็นหนึ่งในอาการของโรคร้ายแรงอย่างโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ 

อย่างไรก็ดี ประกันสุขภาพจะให้ความคุ้มครองการรักษาพยาบาลตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยแบ่งตามประเภทความคุ้มครองดังนี้

  1. กรณีรับยาแล้วกลับบ้าน (OPD): อาการท้องเสียไม่รุนแรง พบแพทย์และรับยา สามารถกลับมารักษาอาการที่บ้านได้ หากมีประกันสุขภาพที่มีความคุ้มครองผู้ป่วยนอก ผู้เอาประกันจะได้รับความคุ้มครองที่เข้าเงื่อนไขในส่วนนี้
  2. กรณีต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล (IPD): มีอาการท้องเสียรุนแรง แพทย์มีความเห็นว่าควรรับการรักษาที่โรงพยาบาล หากมีประกันสุขภาพที่ช่วยคุ้มครองในส่วนของผู้ป่วยใน ผู้เอาประกันสามารถรับความคุ้มครองที่เข้าเงื่อนไขได้เช่นกัน
  3. กรณีวินิจฉัยแล้วเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ในกรณีนี้ความคุ้มครองจะขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ประกันสุขภาพ รวมถึงเงื่อนไขของบริษัทประกันภัยแต่ละแห่ง ซึ่งผู้เอาประกันสามารถตรวจสอบกับทางบริษัทประกันก่อนเข้ารับการรักษาได้เช่นกัน

การสังเกตความผิดปกติของลำไส้และอุจจาระเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลย เพราะการรู้ทันสัญญาณเตือนแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้เรารับมือกับโรคร้ายอย่างมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ทันท่วงที แต่นอกจากการคอยเช็กอาการแล้ว การดูแลระบบย่อยอาหารจากภายในด้วยการเลือกสิ่งที่รับประทานในชีวิตประจำวันก็สำคัญไม่แพ้กัน ใครที่อยากปรับพฤติกรรมเพื่อเซฟสุขภาพลำไส้ให้แข็งแรงยาวนาน สามารถไปดูต่อได้ที่ 5 อาหารควรเลี่ยงเพื่อสุขภาพที่ดี และอย่าลืมเพิ่มความอุ่นใจด้วยประกันสุขภาพออนไลน์จาก Sunday ตัวช่วยบริหารความเสี่ยงเรื่องค่ารักษาพยาบาล ลองเช็กแผนความคุ้มครองและเบี้ยประกันเองได้ง่าย ๆ ที่ easysunday.com


ประกันสุขภาพซันเดย์
Share this article
Shareable URL
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

เดินวันละ 10,000 ก้าว ทำให้สุขภาพดีได้อย่างไร? ทำไมต้องเป็นหนึ่งหมื่น

“เดินวันละ 10,000 ก้าว” เป็นคอนเซปต์เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพที่เราได้ยินกันมานาน หลายคนอาจนำมาเป็นเป้าหมายเล็กๆ…
0
Share