hero-image

Plant-Based Food คืออะไร เลือกทานอย่างไรให้ดีต่อใจและสุขภาพ?

Plant-Based Food หรือ อาหารจากพืช เป็นอีกหนึ่งเทรนด์การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่กำลังได้รับความนิยมสูงขึ้นทั่วโลก ซึ่งโดยพื้นฐานแล้ว อาหาร Plant-Based จะเป็นอาหารทางเลือกที่ผลิตขึ้นมาจากพืชหลากหลายชนิดนั่นเอง

อย่างไรก็ดี เชื่อว่าหลาย ๆ คนเองก็คงสงสัยเหมือนกันว่า ลำพังแค่การรับประทานอาหารที่มาจากพืชเพียงอย่างเดียวเช่นนี้ จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพในแง่มุมไหนบ้างในระยะยาว หากใครสงสัยแบบเดียวกันนี้อยู่ มาทำความรู้จักทุกเรื่องสำคัญเกี่ยวกับ Plant-Based Food ให้มากขึ้นในบทความนี้กัน

Plant-Based Diet คืออะไร

เข้าใจ Plant-Based ให้ครบทุกมุมมอง

เมื่อพูดถึง Plant-Based Diet ใครหลายคนอาจเข้าใจว่า การทานอาหารจากพืชนั้นจะมุ่งเน้นไปที่การรับประทานผักเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว การรับประทานอาหาร Plant-Based นั้นไม่ได้โฟกัสไปที่การรับประทานผักเพียงอย่างเดียวเหมือนที่หลายคนเข้าใจ 

ดังนั้น หากใครกำลังพิจารณาอยู่ว่าควรจะรับประทานอาหาร Plant-Based ดีไหม ลองมาทำความเข้าใจถึงรายละเอียดของ Plant-Based Diet ให้ครบทุกมุมมองกัน

Plant-Based Diet คืออะไร?

Plant-Based Diet หรือ Plant-Based Food คือ การรับประทานอาหารจากพืชเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ ธัญพืช ถั่ว ไปจนถึงน้ำมันจากพืช ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากอาหารอย่างครบถ้วน จนทำให้มีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายคนที่เชื่อว่า การรับประทานอาหาร Plant-Based นั้นมีส่วนช่วยในการลดวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากอาหารและการทำฟาร์มปศุสัตว์ ทั้งยังถือเป็นการช่วยเหลือชีวิตสัตว์ไปในตัวอีกด้วย

นอกจากนี้ ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมารับประทานอาหารแบบ Flexitarian หรือเป็นการกินอาหารแบบวีแกนที่ยืดหยุ่นขึ้น ยังมีส่วนสำคัญที่ทำให้อาหาร Plant-Based ได้รับความนิยมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย แน่นอนว่าหากลองเข้าโซเชียลมีเดียก็จะเริ่มเห็นบรรดาคนดังมากมายต่างเริ่มหันมารับประทานอาหารจากพืชมากขึ้นด้วยเช่นกัน

ผลิตภัณฑ์จากพืช หรือ Plant-Based Food มีอะไรบ้าง?

ในความเป็นจริงแล้ว ผู้ทานอาหารแบบ Plant-Based Diet ยังสามารถรับประทานเนื้อสัตว์อย่างอาหารทะเลและเนื้อปลาได้ ทั้งยังสามารถทานผลิตภัณฑ์ที่มาจากสัตว์อย่างไข่ นม น้ำผึ้ง เจลาตินและชีสได้ แต่จะหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารจากเนื้อสัตว์จำพวกเนื้อแดงอย่างเนื้อหมู เนื้อวัว และเนื้อไก่ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละบุคคลที่แตกต่างกันไปด้วยเช่นกัน

สำหรับใครที่สนใจรับประทาน Plant-Based Food แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรจะเลือกอาหารอย่างไรให้เหมาะสม ลองมาเริ่มต้นเลือกรับประทานอาหารจากลิสต์ด้านล่าง ดังนี้

  • ผักและผลไม้ เพื่อรับไฟเบอร์และวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย
  • ถั่วเมล็ดแห้ง (Bean) เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วลูกไก่ เพื่อเป็นแหล่งไขมันที่ดีและช่วยเสริมโปรตีนให้กับร่างกาย
  • ถั่วเปลือกแข็ง (Nut) เช่น อัลมอนด์ วอลนัต เกาลัด อุดมไปด้วยไขมันที่ดีและโปรตีนสูง
  • ธัญพืชและเมล็ดพืช ซึ่งจะรวมไปถึงข้าวและแหล่งคาร์โบไฮเดรตจากธัญพืชด้วย
  • ผลิตภัณฑ์ที่มาจากพืช เช่น เต้าหู้ และ น้ำมันพืช

โปรตีนทางเลือกสำหรับผู้รับประทาน Plant-Based Diet

เมื่ออ่านมาถึงจุดนี้ เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงสงสัยอยู่ไม่น้อยว่า ผู้รับประทาน Plant-Based Diet จะได้รับโปรตีนที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักกีฬาและผู้สูงอายุที่ต้องการโปรตีนสำหรับรักษากล้ามเนื้อในร่างกายเอาไว้

คำตอบ คือ นอกจากจะรับประทานอาหารจำพวกถั่วที่มีโปรตีนสูง โปรตีนเกษตร ไปจนถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอย่างเวย์โปรตีนจากพืชแล้ว ผู้รับประทาน Plant-Based Food ยังสามารถรับประทานโปรตีนทางเลือกจาก ‘เนื้อจากพืช’ หรือ ‘Plant-Based Meat’ ได้เช่นกัน

ในปัจจุบันนี้ เนื้อจากพืช หรือ Plant-Based Meat ที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาดจะมีด้วยกัน 2 ประเภทหลัก คือ Restructured Plant-Based Meat ที่ทำมาจากการนำพืชหลายชนิดมาปรุงให้มีรสชาติคล้ายเนื้อ และ Whole Muscle Plant-Based Meat ที่นำโปรตีนจากพืชมาขึ้นรูปให้เหมือนกล้ามเนื้อเสมือนของสัตว์ผ่านการใช้เทคโนโลยี 3D Printing

อย่างไรก็ดี รสชาติของ Plant-Based Meat ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันในวงกว้าง บ้างก็บอกว่ารสชาติเหมือนเนื้อจริง ในขณะที่บางส่วนมองว่าได้รสชาติของพืชมากกว่า ดังนั้น หากไม่แน่ใจว่าการรับประทาน Plant-Based Meat และ Plant-Based Food จะเหมาะกับตัวเองแค่ไหน ขอแนะนำให้ไปลองเนื้อจากพืชและอาหารจากพืชหลาย ๆ แบบดูก่อน จากนั้นจะตัดสินใจเลือกอีกทีก็ไม่เสียหายเช่นกัน

หากยังไม่รู้จะเริ่มต้นการทานอาหาร Plant-Based อย่างไรให้ดีต่อใจและสุขภาพในระยะยาว ลองมาดูผู้รู้จริงด้านโภชนาการและการออกกำลังกายจาก Sunday ได้ในคลิปวิดีโอด้านล่างนี้เช่นกัน


ข้อดีของการทานอาหาร Plant-Based

มีงานวิจัยและการศึกษามากมายบ่งบอกว่า การรับประทานอาหารแบบ Plant-Based Diet นั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลากหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคร้าย เนื่องจากการรับประทานอาหารจากพืชนั้นจะช่วยให้ร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน และแร่ธาตุสำคัญอย่างต่อเนื่อง 

นอกจากนี้ การรับประทานอาหาร Plant-Based ยังมีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้ เนื่องจากอาหารจากพืชนั้นมีคอเลสเตอรอลน้อย อุดมไปด้วยโปรตีนและไขมันที่ดี ทั้งยังมีไฟเบอร์สูงและเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ช่วยให้อิ่มไวและนานขึ้น ซึ่งหากยิ่งออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปด้วยแล้ว ก็จะยิ่งช่วยลดไขมันสะสมในร่างกายและเสริมสร้างสุขภาพที่แข็งแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ไม่เพียงเท่านั้น การรับประทานอาหาร Plant-Based ยังช่วยระงับการอักเสบในอวัยวะภายในร่างกายได้หลายจุด ไม่ว่าจะเป็นลำไส้ ตับ ไต สมอง รวมไปถึงข้อต่อต่าง ๆ ในร่างกาย ทั้งยังมีส่วนช่วยสำคัญในการชะลอกระบวนการเสื่อมสภาพในร่างกายได้อีกด้วย

ข้อดีและข้อควรระวังของการทานอาหาร Plant-Based

ข้อควรระวังของการทานอาหาร Plant-Based

แม้จะมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายด้าน แต่การรับประทาน Plant-Based Food ก็มีเรื่องที่ควรระวังเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสี่ยงในการขาดวิตามินสำคัญอย่าง ‘วิตามินบี 12’ ที่พบได้ในเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์

การขาดวิตามินบี 12 เป็นเวลานาน ไม่เพียงแต่จะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคโลหิตจางเท่านั้น แต่ยังมีส่วนทำให้เกิดความผิดปกติของระบบประสาทได้ ส่วนใหญ่มักมาในรูปแบบของอาการชาและอาการอ่อนเพลีย

นอกจากนี้ ผู้ที่ตัดสินใจรับประทานอาหาร Plant-Based ยังต้องรับประทานโปรตีนทางเลือกให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย มิเช่นนั้นอาจเสี่ยงเกิดภาวะการขาดโปรตีน ส่งผลให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เล็บและผมไม่แข็งแรง ทั้งยังทำให้เหนื่อยและอ่อนเพลียได้ง่ายกว่าปกติอีกด้วย

ดังนั้น หากใครต้องการรับประทาน Plant-Based Food อย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาสุขภาพ อย่าลืมจัดสรรอาหารให้เหมาะสม เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายด้วย


จบลงไปแล้วกับทุกเรื่องสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจรับประทานอาหารแบบ Plant-Based Diet หวังว่ารายละเอียดทั้งหมดที่นำมาฝากนี้จะ ช่วยให้ทุกคนเข้าใจการทานอาหารจากพืชเพื่อการดูแลสุขภาพได้มากยิ่งขึ้น รู้แบบนี้แล้ว อย่าลืมนำสาระดี ๆ ที่นำมาฝากนี้ไป ปรับใช้ให้เหมาะสมกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของตัวเองด้วย

จริงอยู่ว่า การดูแลสุขภาพนั้นเริ่มต้นจากการรับประทานอาหารและออกกำลังกายควบคู่กันไป แต่จะดีกว่าไหม? หากมีเพื่อนช่วยบริหารความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายที่มาพร้อมกับการเจ็บป่วยไปพร้อมกันอย่างการทำประกันสุขภาพออนไลน์ที่ Sunday รับความคุ้มครองที่ใช่ในราคาที่เมคเซนส์ เช็กเบี้ยประกันง่าย ๆ ใช้แค่ ‘วันเดือนปีเกิด’ เท่านั้น พร้อมตอบคำถามสุขภาพในไม่กี่คลิกก็ซื้อประกันสุขภาพออนไลน์ได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องกรอกข้อมูลติดต่อให้ลำบากใจ