หน้าหลัก รู้ทันประกันสุขภาพ สถิติโรคไข้เลือดออกระบาดปี 2567

สถิติโรคไข้เลือดออกระบาดปี 2567

รับมือกับโรคไข้เลือดออกปี 2567

รับมือไข้เลือดออกระบาด เช็กอาการและป้องกันอย่างไร?

หน้าฝนแบบนี้นอกจากจะฝนตกหนักและอาจทำให้เป็นหวัดได้ง่ายแล้ว อีกหนึ่งโรคยอดฮิตที่ตามมาด้วยก็คือโรคไข้เลือดออก

หลายคนอาจจะคิดว่าดูเป็นโรคที่ไกลตัว โดยเฉพาะคนที่ใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ แต่รู้หรือไม่ว่า ไข้เลือดออกเป็นโรคระบาดที่ใกล้ตัวเรามากๆ ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่เมืองใหญ่หรือพื้นที่ต่างจังหวัด และถ้าหากเข้ารักษาไม่ทัน อาจจะทำให้เกิดอาการรุนแรง ถึงเสียชีวิตได้เลย

ในบทความนี้เราจึงอยากจะมาแนะนำวิธีสังเกตอาการเบื้องต้น พร้อมแนะนำวิธีการป้องกันรักษากัน 

สถิติโรคไข้เลือดออกปี 2567

จากข้อมูลของกรมควบคุมโรคระบุว่า 15 ปีที่ผ่านมา ในประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเป็นจำนวน 1,237,467 คน และสถิติโรคไข้เลือดออกปี 2567 ตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนพฤษภาคมนี้ มียอดผู้ป่วยสะสมมากถึง 27,334 คน และมีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 31 คน ซึ่งหากเปรียบเทียบตัวเลขกับสัปดาห์ก่อนๆ ก็จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสาเหตุที่จำนวนผู้ป่วยมีเพิ่มขึ้นก็เนื่องจากว่าประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ฤดูฝนนั่นเอง (แหล่งน้ำขังจำนวนมากที่เกิดขึ้นจากน้ำฝน ทำให้ยุงลายแพร่พันธุ์ง่ายมากขึ้น)

Sunday Tips รู้หรือไม่!? 

5 เรื่องจริงที่เราอาจไม่รู้เกี่ยวกับโรคไข้เลือดออก

1. จังหวัดที่พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกมากที่สุดคือกรุงเทพมหานคร
2. ไข้เลือดออกเสี่ยงทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ
3. ไข้เลือดออกอาจแสดงอาการหรือไม่แสดงอาการก็ได้
4. ไข้เลือดออกหากเป็นแล้วก็สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้
5. หากมีการติดเชื้อซ้ำ อาการอาจรุนแรงมากขึ้นกว่าครั้งก่อนหน้า

ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค

เช็กอาการไข้เลือดออกเบื้องต้น

โรคไข้เลือดออกนั้นมี 3 ระยะด้วยกัน ไปดูกันว่าอาการไข้เลือดออกแต่ละระยะมีอาการอย่างไรบ้าง?

  • ระยะที่ 1: ระยะนี้เรียกว่าระยะไข้ คือมีไข้สูง หน้าแดง ตัวแดง และมีจุดเลือดออกตามตัว แต่จะแตกต่างจากไข้หวัดทั่วไปตรงที่ อาการไข้เลือดออกจะไม่มีน้ำมูกหรือไอ แต่ในรายที่มีอาการรุนแรง อาจอาเจียนและถ่ายเป็นเลือดสีดำ
  • ระยะที่ 2: เป็นระยะที่เรียกว่าระยะช็อก ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไข้มีอาการลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งระยะนี้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน ก็อาจเสียชีวิตได้เลย
  • ระยะที่ 3: ระยะฟื้นตัว ซึ่งเป็นระยะที่ไข้ค่อยๆ ลดลง และอาการจะเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ 

ป้องกันไข้เลือดออกอย่างไรในหน้าฝน?

  • ป้องกันไม่ให้ยุงกัด โดยอาจใช้ยากันยุง สเปรย์ฉีดตัวไล่ยุงที่หาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ หรือหากไม่ชอบกลิ่นแรง ก็ควรใส่เสื้อแขนยาว ขายาว หรือนอนในมุ้ง
  • กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย หากไม่สามารถกำจัดภาชนะที่มีน้ำอยู่ได้ ให้หาผ้าหรือตาข่ายมาปิด เพื่อไม่ให้ยุงมาวางไข่ รวมถึงหมั่นเปลี่ยนน้ำทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นแจกัน หรือขวดน้ำต่างๆ
  • ฉีดวัคซีนไข้เลือดออก เพื่อลดความรุนแรงของโรค โดยเฉพาะผู้ที่เคยเป็นไข้เลือดออกมาก่อน ทั้งนี้ทั้งนั้นควรทำการปรึกษาแพทย์ก่อนว่าเราเหมาะสมกับการฉีดวัคซีนหรือไม่

ซึ่งนอกจากโรคไข้เลือดออกจะเป็นโรคที่อาจทำให้เราเสียชีวิตได้แล้ว โรคไข้เลือดออกก็มีค่ารักษาที่ไม่น้อยเลยทีเดียว หากต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลานานๆ โดยข้อมูลจากโรงพยาบาลเปาโลระบุว่า ผู้ป่วยที่มานอนรับการรักษาที่โรงพยาบาล 3 วันนั้น มีค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ประมาณ 49,000 บาทเลยทีเดียว


หากคุณมีความเสี่ยงสูง มีที่อยู่อาศัยอยู่ใกล้แหล่งน้ำ และหลีกเลี่ยงเจ้ายุงลายไม่ได้ ซันเดย์แนะนำประกันโรคปอดและโรคไข้เลือดออก ทำได้ตั้งแต่อายุ 6 – 70 ปี ค่าเบี้ยเริ่มต้นเพียง 370 บาท/ปี ให้ความคุ้มครองผู้ป่วยใน (IPD) สูงสุดถึง 60,000 บาท/ครั้ง แถมมีค่าเชยรายวันให้ด้วยนะ! ไปเช็คอ่านความคุ้มครองและสั่งซื้อประกันออนไลน์กันได้เลย! ซื้อประกันออนไลน์ได้เองง่ายๆ เพียงแถลงประวัติสุขภาพไม่กี่ข้อบนเว็บไซต์ ส่งกรมธรรม์ตัวจริงถึงบ้านให้ไม่เกิน 2 สัปดาห์! แอด LINE @easysunday หากต้องการพูดคุยกับแอดมิน



Share this article
Shareable URL
Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ระวัง! น้ำมันมะกอก ใช้ผิดประเภทอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้?

น้ำมันมะกอกมีประโยชน์ แต่ปรุงแบบไหนไม่ให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ? หากใครที่เป็นสายรักสุขภาพ…
วิธีใช้น้ำมันมะกอกปรุงอาหาร