จากข้อมูลการสำรวจโดยศูนย์วิจัยหลายแห่งในต่างประเทศพบว่า ความกังวลหลักของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า คือ Range Anxiety หรือ ความวิตกกังวลว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะดับ หรือ มีแบตเตอรี่ไม่เพียงพอให้ไปถึงจุดหมายปลายทาง
นอกจากนี้ ด้วยระบบที่ใหม่ ศูนย์บริการที่จำกัด ตลอดจนสถานีชาร์จที่ยังไม่กระจายตัวทั่วประเทศไทย ยังเป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิด Range Anxiety ด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ดี สิ่งที่ผู้ใช้รถไฟฟ้าส่วนใหญ่อาจยังไม่ทราบ คือ ประกันรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันนั้นมาพร้อมกับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ซึ่งเป็นความคุ้มครองเสริมดีๆ ที่ช่วยให้เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้ารับมือกับ Range Anxiety ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากรถยนต์ไฟฟ้าขัดข้อง ควบคู่ไปกับความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันได้
สรุปเนื้อหาสำคัญ:
บริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉินคืออะไร?

บริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน (Roadside Assistance) คือ บริการอำนวยความสะดวกที่บริษัทประกันภัย ค่ายรถยนต์ หรือ ผู้ให้บริการจัดหาให้แก่ผู้เอาประกันภัย เพื่อช่วยเหลือผู้ขับขี่เมื่อรถยนต์เกิดเหตุขัดข้องจนไม่สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ ณ จุดเกิดเหตุ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาเบื้องต้นให้รถสามารถขับต่อได้ หรือนำรถไปยังศูนย์บริการที่ใกล้ที่สุด
โดยบริการดังกล่าวนี้เป็นความคุ้มครองเสริมที่ผู้เอาประกันสามารถซื้อเพิ่มเติมได้จากการทำประกันรถยนต์ ทั้งรถยนต์น้ำมัน และ รถยนต์ไฟฟ้า
สำหรับผู้ใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า บริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉินเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินได้ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าแบตหมด รถดับ หรือ มีปัญหารถยนต์ไฟฟ้าขัดข้อง
นอกจากนี้ หากใช้บริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉินสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะแล้ว ยังสามารถมั่นใจได้อีกว่า การช่วยเหลือจะเป็นไปตามมาตรฐานทางเทคนิคสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ เช่น การยกรถที่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบขับเคลื่อน หรือ การจัดหารถยกที่เหมาะสมกับน้ำหนักของรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะแตกต่างจากบริการของรถยนต์น้ำมันทั่วไป
สำหรับผู้เอาประกันที่ซื้อบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉินเป็นความคุ้มครองเสริมไว้ สามารถโทรเรียกผู้ให้บริการได้ทันทีเมื่อรถมีปัญหา หรือ ประสานกับทางบริษัทประกันภัยเพื่อใช้บริการฉุกเฉินได้ทันที
บริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉินมีอะไรบ้าง?

บริษัทประกันภัยแต่ละแห่งมาพร้อมกับเงื่อนไขความคุ้มครองด้านบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉินที่แตกต่างกันไป แต่โดยพื้นฐานแล้ว บริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉินจะให้ความคุ้มครอง 4 กรณีหลัก ดังนี้
| บริการหลัก | รายละเอียดความคุ้มครอง |
| 1. กรณียางแบน | หากเกิดเหตุยางแตกหรือยางแบน เจ้าหน้าที่จะเข้ามาเปลี่ยนยางอะไหล่ให้ ณ จุดเกิดเหตุ หรือ บริการปะยาง เติมลมยาง ในกรณีที่ยางยังสามารถซ่อมได้ ในกรณีที่รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนั้นไม่มียางอะไหล่ หรือความเสียหายรุนแรงเกินกว่าจะปะยางฉุกเฉินได้ บริการช่วยเหลือจะทำการประสานรถยก (Slide Car) เพื่อนำรถเข้าสู่ศูนย์บริการปะยางหรือศูนย์บริการมาตรฐานที่ใกล้ที่สุด |
| 2. กรณีรถล็อก เปิดรถไม่ได้ | บริการประสานงานช่างกุญแจผู้เชี่ยวชาญเพื่อปลดล็อกประตูรถ หรือบริการนำกุญแจสำรองมาให้ เพื่อแก้ปัญหากุญแจรถหาย ลืมกุญแจไว้ในรถ หรือระบบล็อกไฟฟ้าขัดข้องจนเปิดประตูไม่ได้ โดยผู้เอาประกันภัยต้องแสดงหลักฐานยืนยันความเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า |
| 3. กรณีแบตรถยนต์ไฟฟ้าหมด | บริการชาร์จแบตเตอรี่ฉุกเฉิน ณ จุดเกิดเหตุ ในปริมาณที่เพียงพอให้ขับเคลื่อนไปยังสถานีชาร์จที่ใกล้ที่สุด โดยจะให้บริการด้วยรถสไลด์ (Towing) ซึ่งจะให้บริการตามเงื่อนไขที่กำหนดในความคุ้มครอง หรือ ให้บริการโดยใช้ยกรถไปยังสถานีชาร์จ ศูนย์บริการที่กำหนด |
| 4. กรณีรถยนต์ไฟฟ้าเสียหาย/ขัดข้อง | หากรถยนต์ไฟฟ้าเกิดความเสียหายต่อระบบขับเคลื่อน มอเตอร์ หรืออุบัติเหตุจนขับเคลื่อนไม่ได้ บริการช่วยเหลือจะจัดหารถยกแบบถาดสไลด์ (Flatbed Truck) ในการเคลื่อนย้าย ไปยังศูนย์บริการ หรือ อู่ซ่อมในเครือข่ายของบริษัทประกันภัย |
ไม่ได้ซื้อบริการช่วยเหลือฉุกเฉินไว้ ติดต่อขอความช่วยเหลือได้จากที่ไหน?
หากไม่ได้ซื้อความคุ้มครองบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉินไว้ในกรมธรรม์ประกันรถไฟฟ้า หรือความคุ้มครองหมดอายุ เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้ายังสามารถติดต่อหน่วยงานภาครัฐ หรือ เบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินเพื่อขอความช่วยเหลือเบื้องต้นได้เช่นกัน
- 191: แจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายทั่วไป ใช้สำหรับแจ้งเหตุร้าย อาชญากรรม หรือเหตุการณ์ที่ต้องการกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ
- 1669: แจ้งหน่วยกู้ชีพและกู้ภัย สำหรับแจ้งเหตุบาดเจ็บ เจ็บป่วยฉุกเฉิน หรือต้องการรถพยาบาลฉุกเฉิน
- 1155: แจ้งตำรวจท่องเที่ยว สำหรับนักท่องเที่ยวหรือกรณีที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว
- 1193: ตำรวจทางหลวง ดูแลรับผิดชอบเหตุบนทางหลวงทั่วประเทศ สามารถประสานงานรถยกหรือกู้ภัยในพื้นที่ห่างไกลได้รวดเร็ว
- 113 (สวพ.91) ศูนย์รับแจ้งอุบัติเหตุและประสานการช่วยเหลือ: สถานีวิทยุจราจรเพื่อสังคมที่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางประสานงานกู้ภัย ช่างซ่อม หรือรถยกเอกชนในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล
- 1677 (ศูนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกัน): เครือข่ายอาสาสมัครที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ให้ความช่วยเหลือทั้งกรณีรถเสีย แบตเตอรี่หมด หรือยางแตก
- 1197 สายด่วนจราจร: ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) เน้นการจัดการจราจรในเขตกรุงเทพฯ หากรถเสียกีดขวางการจราจร สามารถติดต่อเพื่อขอความช่วยเหลือในการเคลื่อนย้ายได้
- Sunday Customer Service โทร +66 2026 3355: บริษัทประกันภัยชั้นนำมีเครือข่ายรถยกคู่สัญญาที่สามารถเรียกใช้บริการได้

บริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน ถือเป็นความคุ้มครองสำคัญที่ช่วยเติมเต็มความอุ่นใจให้กับเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่รถไฟฟ้าแบตหมด หรือ รถไฟฟ้าขัดข้อง ซึ่งต้องการการจัดการที่เฉพาะทางและแตกต่างจากรถยนต์สันดาปทั่วไป
แต่นอกจากจะพิจารณาถึงความคุ้มครองเสริมแล้ว การทำประกันรถยนต์ไฟฟ้ายังต้องคำนึงถึงความอุ่นใจในความคุ้มครองด้านอุบัติเหตุอื่นๆ ด้วยเช่นกัน
ประกันรถยนต์ไฟฟ้าซันเดย์ มาพร้อมกับความคุ้มครองที่คุณเลือกปรับแต่งเองได้ในเบี้ยประกันที่เหมาะสม อุ่นใจด้วยอู่รถยนต์ไฟฟ้าในเครือครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วไทย เช็กเบี้ยได้ง่ายๆ ที่เว็บไซต์ easysunday.com เพียงเลือกรุ่นรถยนต์ กรอกวันเดือนปีเกิดและรหัสไปรษณีย์ที่อยู่ปัจจุบัน ไม่ต้องกรอกข้อมูลติดต่อให้ลำบากใจ
