หน้าหลัก สาระสุขภาพ สูตรลดน้ำหนัก 10 กิโล 1 เดือนแบบปลอดภัย ทำได้ไม่ยาก!

สูตรลดน้ำหนัก 10 กิโล 1 เดือนแบบปลอดภัย ทำได้ไม่ยาก!

สูตรลดน้ำหนัก 10 กิโล 1 เดือน แค่ได้ยินเชื่อว่าใคร ๆ ก็ต้องรู้สึกไม่เชื่อไปตาม ๆ กัน แต่สำหรับใครที่ไดเอทผ่านมาหลายวิธี แต่ก็ยังไม่เห็นผลลัพธ์ หรือ กลับไปโยโย่ ลองมาทำความรู้จักเคล็ดลับการไดเอทอย่างปลอดภัยและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่นำมาฝากในบทความนี้กัน ใครมองหาวิธีไดเอทอยู่ มาดูกัน!

ซื้อประกันสุขภาพเหมาจ่าย

ลดปริมาณคาร์โบไฮเดรต

อันดับแรกของการไดเอท คือ การลดปริมาณคาร์โบไฮเดรต ขอย้ำว่าเป็นการลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตเท่านั้น ไม่ใช่การตัดหรือห้ามรับประทานเลย เพราะมิเช่นนั้นจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้น้ำหนักโยโย่กลับมาได้ 

โดยคาร์โบไฮเดรตถือเป็นสารอาหารที่สำคัญ เพราะร่างกายจำเป็นต้องใช้เป็นพลังงานในการทำกิจกรรมต่าง ๆ อีกทั้งยังทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนระบบอวัยวะต่าง ๆ อีกด้วย อย่างไรก็ดี หากทานมากเกินความต้องการไป คาร์โบไฮเดรตก็จะกลายเป็นไขมันสะสมได้เช่นกัน

โดยการลดคาร์โบไฮเดรตนี้ แนะนำให้ค่อย ๆ ลดปริมาณลงอย่างเหมาะสม เช่น ปกติทานข้าวมื้อละ 2 ทัพพี ก็อาจจะลดมาเป็น 1 ทัพพี เป็นต้น


งดน้ำตาล

ถ้าใครอยากลด 10 กิโลฯ ใน 1 เดือนให้ได้ การงดเติมน้ำตาลในเครื่องดื่ม อาหาร รวมถึงเครื่องปรุงเมนูต่าง ๆ ก็สามารถช่วยได้เช่นกัน เนื่องจากตัวน้ำตาลถือเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดไขมันสะสมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

เมื่อรับประทานน้ำตาลเข้าไป ร่างกายก็จะนำน้ำตาลไปเก็บสะสมเอาไว้ที่ตับในรูปแบบของไกลโคเจน และเมื่อมีปริมาณมากก็จะทำให้ตับส่งกรดไขมันไปตามกระแสเลือด กลายไปเป็นไขมันสะสมตามส่วนต่าง ๆ 

ไม่เพียงแต่ควรที่จะงดของหวานอย่างน้ำหวานหรือของหวานเท่านั้น แต่ผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงอย่างทุเรียน มะม่วงสุก หรือกล้วยก็ควรงดด้วยเช่นกัน เพราะหากทานมาก ๆ ก็ทำให้อ้วนได้เช่นกัน โดยเมนูไดเอทที่แนะนำสำหรับคนที่อยากทานของหวาน คือ ผลไม้ที่มีน้ำตาลต่ำอย่างฝรั่ง แก้วมังกร สัปปะรด มะละกอ และส้ม


ออกกำลังกาย

ถ้าอยากจะลด 10 กิโลฯ ภายใน 1 เดือน ก็ต้องลุกขึ้นมาออกกำลังกาย โดยควรที่จะออกทั้งคาร์ดิโอและเวทเทรนนิ่งควบคู่กันไป ซึ่งการออกแบบคาร์ดิโอนั้นเป็นวิธีที่ช่วยเผาผลาญแคลอรีได้ดีและช่วยลดไขมันสะสมตามจุดต่าง ๆ ของร่างกายได้ ส่วนการเวทเทรนนิ่งจะเปรียบเสมือนการสร้างเตาเผาให้กับร่างกายเราในระยะยาว ยิ่งเรามีกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นมากเท่าไหร่ ก็จะทำให้ระบบเผาผลาญเราดียิ่งขึ้นไปอีก 

วิธีไดเอทให้ได้ผล

ดื่มน้ำให้มาก

การดื่มน้ำนั้นสำคัญมากสำหรับคนที่อยากไดเอทให้ได้ผล นั่นเป็นเพราะว่า การดื่มน้ำจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายของเราลดลง ร่างกายจึงต้องสร้างความร้อนขึ้นมาเพื่อรักษาสมดุลโดยการเร่งเผาผลาญพลังงาน จึงสามารถช่วยลดน้ำหนักและไขมันส่วนเกินได้

นอกจากนี้ การดื่มน้ำเปล่าก่อนมื้ออาหาร ก็จะช่วยลดความหิวได้ และช่วยลดความอยากในการดื่มน้ำหวาน แถมยังช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื้นอีกด้วยนะ


นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนให้เพียงพออย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อวัน จะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเลปตินออกมาได้อย่างปกติ ซึ่งฮอร์โมนเลปตินนี้มีหน้าที่ส่งสารไปยังสมองเพื่อระงับความอยากอาหาร ทำให้ไม่ทานจุกจิกในระหว่างวัน ทั้งยังทำให้รับประทานอาหารในปริมาณที่น้อยลง 

ในทางกลับกัน หากเรานอนไม่เพียงพอ ร่างกายเราก็จะหลั่งฮอร์โมนเกรลินออกมา ทำให้เกิดความรู้สึกอยากอาหารมากกว่าปกติ ส่งผลให้เพิ่มความเสี่ยงที่ร่างกายจะสะสมไขมันเพิ่มขึ้นด้วย


ลดปริมาณแคลอรีที่ทานในแต่ละวัน

ใครที่ไม่ชอบทานอาหารไดเอทอย่างอาหารคลีน แนะนำว่าให้ลดปริมาณแคลอรีดูก่อน เช่น ปัจจุบันเราทานวันละ 4,000 กิโลแคลอรี และต้องการลดน้ำหนัก 10 กิโลฯ ใน 1 เดือน นั่นหมายความว่าเราต้องลดแคลอรี่ไปทั้งสิ้น 77,000 กิโลแคลอรีภายใน 1 เดือน (7,700 กิโลแคลอรีเท่ากับน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม) หรือประมาณวันละ 2,483 แคลอรี่ 

ทั้งนี้ทั้งนั้น ใครที่ทานน้อยอยู่แล้วและไม่ได้มีน้ำหนักมาก การเลือกลดน้ำหนัก 1 เดือน 10 กิโลฯ ก็อาจจะไม่ดีต่อสุขภาพและยั่งยืน แต่หากใครมีน้ำหนักมาก ๆ หรือมี BMI > 25 kg/m² การใช้วิธีลดแคลอรีก็ยังสามารถทำได้ หรือใครที่ไม่รู้ว่าควรทานวันละเท่าไหร่หรือจะเลือกทานสารอาหารอะไรดี ก็สามารถใช้ App คํานวณแคลฯ และสารอาหารอย่าง MyFitnessPal, DooCalories, Calkcal หรือ Foodvisor ได้เช่นกัน


วิธีไดเอทที่ถูกต้อง ควรจะเป็นวิธีที่สามารถทำได้อย่างยั่งยืนและไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ  รวมถึงไม่ควรเร่งรีบเกินไป เพราะถึงแม้ว่าความหมายของการไดเอท คือ การลดน้ำหนักแบบชั่วคราว แต่ความเป็นจริงแล้ว เราไม่สามารถลดน้ำหนักที่เราสะสมมาเป็นระยะเวลานานในเวลาอันสั้นได้ กลับกัน เราควรทำอะไรที่เราทำได้ไปตลอดชีวิต แค่นี้เราก็จะมีหุ่นสวยและมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนแล้ว

หากหันมาดูแลสุขภาพแล้ว อย่าลืมทำประกันสุขภาพออนไลน์กับ Sunday เอาไว้ด้วย เพื่อเป็นตัวช่วยบริหารความเสี่ยงที่มาจากค่ารักษาพยาบาล ทั้งยังช่วยเพิ่มความอุ่นใจด้วยการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน ครบครันด้วยแผนความคุ้มครองที่ตอบโจทย์ พร้อมเช็กเบี้ยประกันเองได้ง่าย ๆ ใช้แค่ ‘วันเดือนปีเกิด’ เท่านั้น

ซื้อประกันสุขภาพเหมาจ่าย

Share this article
Shareable URL
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

อัปเดต 2569! 10 อันดับค่าห้องโรงพยาบาลเอกชนยอดนิยม

นอกจากค่าธรรมเนียมการแพทย์และค่ายาแล้ว “ค่าห้องโรงพยาบาล” คือ หนึ่งในค่าใช้จ่ายอาจทำให้หลายๆ คนช็อก…
ค่าห้องโรงพยาบาล 2569

ฝุ่น PM 2.5 กลับมาทุกหน้าหนาว จะมีวิธีป้องกันดูแลสุขภาพตัวเองและครอบครัวอย่างไร?

ฝุ่น PM 2.5 คือ อนุภาคขนาดจิ๋วที่อันตรายกว่าแค่ฝุ่นละอองทั่วไป เนื่องจากมีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมโครเมตร…
ฝุ่น pm 2.5
0
Share