หน้าหลัก สาระสุขภาพ เบิร์นด้วย ‘คาร์ดิโอ’ คนไม่มีเวลา ออกกำลังกายได้ไม่ยาก

เบิร์นด้วย ‘คาร์ดิโอ’ คนไม่มีเวลา ออกกำลังกายได้ไม่ยาก

ทำคาดิโอ

เริ่มต้นออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เผาผลาญดี เวลาน้อยก็ทำได้

‘คาร์ดิโอ’ สำหรับคนวัยทำงานที่มีเวลาน้อย แล้วอยากดูแลสุขภาพให้ดีอยู่เสมอ การดูแลเรื่องอาหารการกินอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องหันมาออกกำลังกายที่เหมาะสมกับการใช้ชีวิตด้วย อย่างการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ช่วยเพิ่มการเผาผลาญของร่างกาย ช่วยส่งเสริมสุขภาพให้ดีมากยิ่งขึ้น ซันเดย์เลยรวบรวมเอาข้อมูลเกี่ยวกับการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอมาไว้ให้แล้วในบทความนี้!

ออกกำลังกายแบบ ‘คาร์ดิโอ’ คือ?

การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (Cardio Exercise) เป็นการออกกำลังกายที่สามารถช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจได้ดีโดยไม่ต้องใช้เวลามาก แล้วก็ยังช่วยเพิ่มอัตราการหายใจให้กับผู้ออกกำลังกายด้วยนะ ซึ่งการออกกำลังกายแบบนี้จะเน้นไปที่การเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง เช่น กล้ามเนื้อขา แขน รวมถึงการโฟกัสที่การใช้แกนกลางของลำตัวด้วย

การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอส่งผลทำให้เกิดการเผาผลาญที่ดีขึ้นของร่างกาย ช่วยให้หัวใจและปอดทำงานได้ดีขึ้นในระยะยาว ซึ่งการออกกำลังกายประเภทนี้ควรจะทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกายแบบ Body Weight เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อโดยรวมด้วย

การออกกำลังกายแบบ ‘คาร์ดิโอ’ มีกี่แบบ?

ต้องบอกว่าการออกกำลังกายแบบนี้มีอยู่ 3 ประเภทใหญ่ ๆ ด้วยกันซึ่งก็จะมีวิธีการออกกำลังกายที่แตกต่างกันออกไป

  • LISS (Low Intensity Steady State) เป็นคาร์ดิโอที่เหมาะกับผู้เริ่มต้น เพราะมีแรงกระทบน้อย ไม่เหนื่อยมากแต่ยังทำให้หัวใจได้ทำงานได้มากขึ้น โดยอัตราการเต้นของหัวใจจะไม่เกิน 60% เช่นการเดิน การเดินเร็ว การว่ายน้ำ เป็นต้น ซึ่งควรทำอย่างน้อย 45 นาทีต่อครั้ง 
  • MISS (Moderate Intensity Steady State) ถือว่าเป็นคาร์ดิโอที่ทุกคนน่าจะคุ้นเคยกันอยู่แล้ว เพราะเป็นระดับกลาง ๆ ซึ่งจะเป็นการออกกำลังกายที่รักษาระดับการเต้นของหัวใจให้ไม่เกิน 70% ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด เช่น การวิ่งเหยาะ ๆ การเต้นแอโรบิค การเดินบนเครื่อง Elliptical  หรือการใช้เครื่องเดินบันได ควรทำครั้งละ 30 นาทีขึ้นไป
  • HIIT (High Intensity Interval Training) ที่เหมาะกับคนที่ชอบความหนักหน่วงและความท้าทาย เพราะนี่คือคาร์ดิโอที่ถือว่าโหดที่สุด ทำให้ร่างกายได้เผาผลาญ เสียเหงื่อและใจเต้นเร็วสูงถึง 90% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด การออกกำลังกายแบบนี้จะเป็นออกกำลังกายแบบออกแรงเยอะ ๆ แล้วสลับกับออกกำลังกายเบาลง ประมาณ 10-15 นาทีต่อครั้ง
ท่าเวทเทรนนิ่ง มีอะไรบ้าง

ประโยชน์ของการออกกำลังกายแบบ ‘คาร์ดิโอ’

รู้จักกับการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอไปแล้ว มาดูกันดีกว่าว่าการออกกำลังกายแบบนี้มีข้อดีอย่างไรบ้างกับร่างกาย

  • ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ ซึ่งเป็นโรคที่วัยทำงานมีความเสี่ยงมากขึ้น แถมยังทำให้หัวใจแข็งแรงมากขึ้นด้วย
  • สามารถช่วยดูแลเรื่องน้ำหนักได้ดี เพราะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญในร่างกาย
  • ช่วยลดความดันโลหิตได้ดีในระยะยาว
  • ลดความเสี่ยงขอการเกิดโรคร้ายเช่น เบาหวาน โรคหัวใจ เป็นต้น
  • ทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น เพราะสุขภาพโดยรวมดีมากขึ้น 
  • มีระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงขึ้น

การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ แค่หาเวลาทำอย่างน้อย ๆ วันละ 10 นาที (แบบ HIIT) หรือเพียงวันละ 40 นาที ด้วยการเดินเร็วบนลู่วิ่งสามารถทำให้ร่างกายของเราทำงานได้ดีขึ้น ช่วยส่งเสริมให้สุขภาพโดยรวมมีความสมบูรณ์ ห่างไกลจากโรคมากขึ้นแล้ว แต่สำหรับใครที่ไม่สะดวกไปยิม หรือไม่มีเครื่องมือในการออกกำลังกายที่ครบถ้วน ซันเดย์ก็มีวิธีออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอง่าย ๆ ที่บ้านมาฝากด้วยนะ

คาร์ดิโอ คืออะไร

วิธีออกกำลังกายแบบ ‘คาร์ดิโอ’ ที่บ้าน

จ่ายค่ายิมแต่ละเดือนก็อาจจะแพงเกินไป หรืออยู่ไกลบ้าน เดินทางไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร เพราะการเริ่มต้นคาร์ดิโอทำได้ง่ายกว่าที่คิด อยู่ที่บ้านมีอุปกรณ์ไม่มากก็ทำได้แล้ว เช่น

  • การเต้นแอโรบิก โดยสามารถทำได้ง่าย ๆ ที่บ้าน คอนโดหรือแม้แต่ห้องพักที่มีพื้นที่น้อย โดยสามารถเปิดดูท่าเต้นออกกำลังกายจากใน YouTube เลยก็ได้ จะมีให้เลือกทั้งแบบไม่กระโดด แบบกระโดด เลือกให้เหมาะสมกับร่างกายของเรา เท่านี้ก็เริ่มได้แล้ว
  • การกระโดดเชือกก็ทำได้เหมือนกัน แต่ซันเดย์อยากให้ระวังว่าใครที่มีอาการบาดเจ็บช่วงข้อเข่า หรือมีน้ำหนักตัวมาก การกระโดดเชือกอาจจะไม่เหมาะสมในช่วงแรก 
  • เพิ่มการออกกำลังกายแบบบอดี้เวทเข้าไปด้วย เช่น การควอท การแพลงก์ การวิดพื้นเป็นต้น เพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ
  • วิ่งเหยาะ ๆ ในสวน หรือบริเวณหมู่บ้านก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำได้ง่าย ๆ และไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรมาก สำหรับใครที่น้ำหนักเยอะหรือมีอาการบาดเจ็บมาก่อน อาจจะใช้วิธีเดินเร็วแทน ทำสัก 30 นาทีต่อวันก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีแล้วล่ะ
คาร์ดิโอ คืออะไร

ดูแลสุขภาพให้รอบด้าน ลดความเสี่ยงได้เยอะ

นอกจากการออกกำลังกายเป็นประจำแล้ว การเอาใจใส่เรื่องอาหารการกินควบคู่กันจะทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นได้ เมื่อลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพได้แล้ว ก็อย่าลืมที่จะดูแลตัวเองให้มากขึ้นกับการเลือกทำประกันสุขภาพเอาไว้ เพื่อลดความเสี่ยงทางด้านการเงินเมื่อเกิดอาการบาดเจ็บหรือป่วยในอนาคตด้วยนะ

Share this article
Shareable URL
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

อัปเดต 2569! 10 อันดับค่าห้องโรงพยาบาลเอกชนยอดนิยม

นอกจากค่าธรรมเนียมการแพทย์และค่ายาแล้ว “ค่าห้องโรงพยาบาล” คือ หนึ่งในค่าใช้จ่ายอาจทำให้หลายๆ คนช็อก…
ค่าห้องโรงพยาบาล 2569

ฝุ่น PM 2.5 กลับมาทุกหน้าหนาว จะมีวิธีป้องกันดูแลสุขภาพตัวเองและครอบครัวอย่างไร?

ฝุ่น PM 2.5 คือ อนุภาคขนาดจิ๋วที่อันตรายกว่าแค่ฝุ่นละอองทั่วไป เนื่องจากมีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมโครเมตร…
ฝุ่น pm 2.5
0
Share