หน้าหลัก สาระสุขภาพ ไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) คืออะไร อันตรายกว่า COVID-19 จริงหรือไม่?

ไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) คืออะไร อันตรายกว่า COVID-19 จริงหรือไม่?

ไวรัสนิปาห์ (Nipha Virus)

ไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus หรือ NiV) คือ เชื้อไวรัสที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน (Zoonotic Virus) ที่มีความรุนแรงสูง โดยมีอัตราการเสียชีวิต (Case Fatality Rate) สูงถึง 40% – 75% ซึ่งถือว่าอันตรายกว่า COVID-19 ในแง่ของความรุนแรงรายบุคคล 

อย่างไรก็ดี แม้จะมีความสามารถในการแพร่กระจายที่ต่ำกว่าไวรัสร้ายแรงตัวอื่นๆ แต่ในปัจจุบันนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้จัดไวรัสนิปาห์ให้อยู่ในกลุ่ม Pathogen Priority ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีโอกาสก่อให้เกิดการระบาดใหญ่ในอนาคต แล้วไวรัสนิปาห์คืออะไร อันตรายกว่า COVID-19 อย่างไร มาหาคำตอบไปพร้อมกันในบทความนี้เลย


เลือกอ่านประเด็นที่สนใจ:


ไวรัสนิปาห์คืออะไร เกิดจากอะไร?

ไวรัสนิปาห์ รุนแรงกว่า COVID-19 จริงหรือไม่

ไวรัสนิปาห์เกิดจากเชื้อไวรัสในตระกูล Paramyxoviridae สกุล Henipavirus โดยมีโฮสต์ธรรมชาติ คือ ค้างคาวกินผลไม้ หรือ ค้างคาวแม่ไก่ 

ไวรัสนิปาห์ถูกค้นพบครั้งแรกในปีพ.ศ. 2541 จากการระบาดในกลุ่มผู้เลี้ยงหมูที่หมู่บ้านนิปาห์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและต้องทำลายประชากรหมูจำนวนมหาศาลเพื่อควบคุมโรค

เมื่อเปรียบเทียบกับไวรัสชนิดอื่นแล้ว ไวรัสนิปาห์มีอัตราการเสียชีวิตที่สูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด ดังตารางเปรียบเทียบ ดังนี้

คุณลักษณะไวรัสนิปาห์COVID-19ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
อัตราการเสียชีวิต40% – 75%ประมาณ 1% – 3% ในปัจจุบันต่ำกว่า 1% ในปัจจุบัน
พาหะนำโรคสัตว์สู่คน โดยมีพาหะเป็นค้างคาวกินผลไม้ หรือ ค้างคาวแม่ไก่มนุษย์สู่มนุษย์สัตว์ปีกสู่มนุษย์ หรือ จากมนุษย์สู่มนุษย์
การแพร่กระจายปานกลาง ติดเชื้อผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่ง สูงมาก ติดเชื้อผ่านทางอากาศได้สูงมาก ติดเชื้อผ่านทางอากาศ และ สารคัดหลั่งได้
วัคซีนป้องกันยังไม่มีวัคซีนมีวัคซีนป้องกันมีวัคซีนป้องกัน

ทำไมไวรัสนิปาห์ถึงอันตรายถึงชีวิต?

ไวรัสนิปาห์ คือ เชื้อไวรัสอันตรายที่สามารถโจมตีระบบสำคัญของร่างกาย 2 ระบบหลัก ดังนี้

  1. ระบบทางเดินหายใจ โดยตัวไวรัสสามารถทำให้เกิดการอักเสบของปอดอย่างรุนแรง (Acute Respiratory Distress)
  2. ระบบประสาทส่วนกลาง โดยไวรัสสามารถทะลุผ่านแนวกั้นเลือดและสมอง (Blood-Brain Barrier) เข้าไปทำลายเนื้อเยื่อสมองโดยตรง ส่งผลให้เกิดโรคสมองอักเสบ (Encephalitis) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตอย่างรวดเร็วภายใน 24-48 ชั่วโมงหลังจากเริ่มมีอาการรุนแรง

ใครเสี่ยงติดเชื้อไวรัสนิปาห์บ้าง?

กลุ่มเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสนิปาห์ที่สุด คือ ผู้ที่สัมผัสโดยตรงกับสัตว์ที่มีเชื้อ หรือ บริโภคอาหารที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่งของสัตว์ที่ติดเชื้อ โดยเฉพาะในพื้นที่เกษตรกรรมที่มีค้างคาวกินผลไม้ชุกชุม หรือ ฟาร์มเลี้ยงหมูที่ระบบการจัดการไม่ถูกสุขลักษณะ 


ติดเชื้อไวรัสนิปาห์มีอาการอย่างไร?

อาการเริ่มต้นของการติดเชื้อไวรัสนิปาห์มักคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ แต่จะพัฒนาไปสู่ภาวะแทรกซ้อนทางสมองที่รุนแรงได้อย่างรวดเร็ว โดยมีระยะฟักตัวของโรค (Incubation Period) ตั้งแต่ 4 ถึง 14 วัน หรือ ในบางกรณีอาจนานถึง 45 วัน 

หากมีการติดเชื้อไวรัสนิปาห์แล้ว ร่างกายจะเริ่มมีอาการตามระยะต่างๆ ดังนี้

  • ระยะเริ่มต้น จะเริ่มมีไข้สูง ปวดศีรษะอย่างรุนแรง ปวดกล้ามเนื้อ เจ็บคอ และอาเจียน
  • ระยะลุกลาม จะเริ่มมีอาการวิงเวียนศีรษะ ง่วงซึมผิดปกติ และมีอาการทางระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอเรื้อรัง หรือหายใจลำบาก
  • ระยะวิกฤต จะเกิดอาการสับสน (Confusion) ชักเกร็ง และเข้าสู่สภาวะสมองอักเสบและโคม่าภายในเวลาไม่กี่วัน

อย่างไรก็ดี หากคุณมีประวัติเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง หรือ สัมผัสกับสัตว์ หรือ อาหารที่สงสัยว่าปนเปื้อน และเริ่มมีอาการ “เวียนศีรษะร่วมกับไข้สูง” แนะนำให้รีบพบแพทย์เพื่อตรวจหาความผิดปกติในทันที

ไวรัสนิปาห์ อาการเป็นอย่างไร?

วิธีรักษาการติดเชื้อไวรัสนิปาห์ในปัจจุบัน

ในปัจจุบันนี้ยังไม่มีการรักษาที่จำเพาะเจาะจง หรือ วัคซีนสำหรับป้องกันไวรัสนิปาห์ในมนุษย์ 

ด้วยเหตุนี้ การรักษาการติดเชื้อไวรัสนิปาห์จึงเน้นไปที่การรักษาตามอาการและประคับประคองอาการ (Supportive Care) ตามสภาวะของผู้ป่วย เพื่อควบคุมภาวะแทรกซ้อนทางระบบหายใจและระบบประสาทให้ได้มากที่สุด


5 วิธีป้องกันการติดเชื้อไวรัสนิปาห์

  1. หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำผลไม้สดที่เก็บจากต้นโดยไม่มีการป้องกัน เนื่องจากอาจมีการปนเปื้อนน้ำลาย หรือ ปัสสาวะของค้างคาว
  2. ล้างผลไม้ให้สะอาดและปอกเปลือกก่อนรับประทานทุกครั้ง และหลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีรอยกัดของสัตว์
  3. รักษาสุขอนามัยในการเลี้ยงสัตว์ ควรมีรั้วรอบขอบชิดเพื่อป้องกันไม่ให้ค้างคาวเข้าใกล้พื้นที่เลี้ยงสัตว์ เนื่องจากค้างคาวอาจเข้ามารับประทานอาหารและน้ำของสัตว์เลี้ยง จนทำให้เกิดการติดเชื้อได้
  4. ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์หลังจากสัมผัสพื้นผิวในที่สาธารณะ หรือ ก่อนรับประทานอาหาร
  5. รับประทานอาหารปรุงสุกสดใหม่ เนื่องจากไวรัสนิปาห์สามารถถูกทำลายได้ด้วยความร้อน ดังนั้นการรับประทานอาหารปรุงสุกสะอาดและการผ่านความร้อนในระดับพาสเจอร์ไรซ์ (สำหรับน้ำผลไม้) จึงช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้

แม้ว่าไวรัสนิปาห์จะยังไม่มีการระบาดใหญ่ในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นไวรัสที่แพร่เชื้อได้ยากเมื่อเทียบกับไวรัสโรคระบบทางเดินหายใจอื่นๆ แต่ด้วยสภาพภูมิอากาศและการเคลื่อนย้ายของพาหะนำโรคอย่างค้างคาวที่ยากจะคาดเดา การมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับไวรัสนิปาห์ก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและเสียชีวิตได้เช่นกัน

แม้ว่าไวรัสนิปาห์จะยังพบได้น้อย แต่โรคติดต่อจากสัตว์สู่คนยังมีอีกหลายชนิดที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคอาหารและการสัมผัสสัตว์ หากอยากเข้าใจความเสี่ยงและวิธีป้องกันเพิ่มเติม อ่านต่อได้ที่บทความ สายกินต้องระวัง! กินหมูกระทะ เสี่ยงเป็นโรคไข้หูดับได้!


ประกันสุขภาพซันเดย์
Share this article
Shareable URL
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

อัปเดต 2569! 10 อันดับค่าห้องโรงพยาบาลเอกชนยอดนิยม

นอกจากค่าธรรมเนียมการแพทย์และค่ายาแล้ว “ค่าห้องโรงพยาบาล” คือ หนึ่งในค่าใช้จ่ายอาจทำให้หลายๆ คนช็อก…
ค่าห้องโรงพยาบาล 2569

ฝุ่น PM 2.5 กลับมาทุกหน้าหนาว จะมีวิธีป้องกันดูแลสุขภาพตัวเองและครอบครัวอย่างไร?

ฝุ่น PM 2.5 คือ อนุภาคขนาดจิ๋วที่อันตรายกว่าแค่ฝุ่นละอองทั่วไป เนื่องจากมีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมโครเมตร…
ฝุ่น pm 2.5
0
Share