หน้าหลัก สาระสุขภาพ 8 วิธีคลายเครียดในที่ทำงาน รักษาออฟฟิศซินโดรมเบื้องต้น

8 วิธีคลายเครียดในที่ทำงาน รักษาออฟฟิศซินโดรมเบื้องต้น

8-วิธีคลายเครียดในที่ทำงาน-ทำตามง่าย-ลดเสี่ยงออฟฟิศซินโดรม

เพราะจุดหมายปลายทางของการทำงานหนัก คือ ความฝันที่ตั้งใจ ไม่ว่าจะเป็นทริปเที่ยวที่ใฝ่ฝัน กระเป๋าแบรนด์เนมสักใบ นาฬิกาเรือนใหม่ที่ต้องการ การเกษียณอายุในเร็ววัน ไปจนถึงการมีเงินเก็บที่เพียงพอต่อการใช้ชีวิต ในวันที่ไม่มีเรี่ยวแรงในการทำงานเหมือนอย่างเคย

ไม่ว่าจุดหมายปลายทางของการทำงานหนักของแต่ละคนจะเป็นเช่นไร เชื่อว่าในระหว่างทางไปสู่ความฝันที่ตั้งใจในอนาคตนี้ ใครหลายคนอาจได้รู้จักกับเพื่อนร่วมทางอย่าง ‘ออฟฟิศซินโดรม’ เข้าสักวัน 

ไม่เพียงแต่จะมาพร้อมกับอาการปวดเมื่อยที่แสนรำคาญใจเท่านั้น แต่นานวันเข้า เพื่อนร่วมทางอย่าง ‘ออฟฟิศซินโดรม’ นี้ก็อาจชักชวนเพื่อนร่วมทางคนใหม่ที่จะกลายมาเป็นโรคร้ายประจำตัว ทำให้มีความเสี่ยงที่ความต้องการที่เฝ้าฝันจากการทำงานหนักต้องพังทลายลงไป

สำหรับใครที่ไม่อยากให้ความฝันต้องหลุดลอยไปอย่างน่าเสียดาย ลองมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า โรคออฟฟิศซินโดรมคืออะไร มีการรักษาออฟฟิศซินโดรมอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ พร้อมรู้จัก 8 วิธีคลายเครียดในที่ทำงาน ที่จะช่วยให้คนมีฝันทุกคนห่างไกลจากออฟฟิศซินโดรมกัน

8-วิธี-ห่างไกล-ออฟฟิศซินโดรม

เข้าใจโรคออฟฟิศซินโดรมกันก่อน

แม้จะเป็นเพื่อนที่ไม่ได้รับเชิญ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ‘ตัวของเราเอง’ กลับเป็นผู้ชักชวนเพื่อนอย่าง ‘ออฟฟิศซินโดรม’ ให้เข้ามาร่วมเดินทางไปกับชีวิตเช่นกัน 

ดังนั้น หากไม่ต้องการให้มีเพื่อนไม่ได้รับเชิญอย่าง ‘ออฟฟิศซินโดรม’ เข้ามาในชีวิต ลองมาทำความเข้าใจกันสักนิดว่า โรคออฟฟิศซินโดรมคืออะไร มีสาเหตุมาจากไหน รักษาได้อย่างไร และตัวของเราจะสามารถป้องกันโรคนี้อย่างไรกันบ้าง

โรคออฟฟิศซินโดรมคืออะไร

โรคออฟฟิศซินโดรมคืออะไร?

ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) คือ กลุ่มอาการปวดและอักเสบของกล้ามเนื้อ เยื่อพังผืด เอ็น และข้อกระดูกบางส่วน อันเนื่องมาจากการใช้งานเป็นประจำซ้ำไปซ้ำมาเป็นระยะเวลานานและต่อเนื่อง จนทำให้เกิดอาการอักเสบที่แสดงออกมาในรูปแบบของความรู้สึกปวด เมื่อย หรือชา 

สาเหตุของออฟฟิศซินโดรม

โดยส่วนมากแล้ว ออฟฟิศซินโดรมมักเกิดขึ้นกับพนักงานออฟฟิศที่จำเป็นต้องนั่งทำงานเป็นเวลานาน มีการจดจ่อใช้คอมพิวเตอร์และมือถือหลายชั่วโมงต่อเนื่อง นอกจากนี้ ออฟฟิศซินโดรมยังสามารถเกิดขึ้นได้กับผู้ที่ต้องทำงานในอิริยาบถเดิมเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

แน่นอนว่า หากยิ่งใช้มัดกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น พังผืด รวมถึงข้อกระดูกชิ้นเดิมซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน ย่อมทำให้เกิดอาการอักเสบขึ้น ซึ่งสามารถแสดงออกมาได้ในหลากหลายรูปแบบ เช่น อาการปวดเมื่อยอันเนื่องมาจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ อาการตึงที่เกิดขึ้นจากพังผืดและกล้ามเนื้อที่ขมวดเป็นก้อนตึง ไปจนถึงอาการชาเนื่องจากกล้ามเนื้อหรือกระดูกไปกดทับเส้นประสาท

Sunday’s Tips!

รู้ไว้ใช่ว่า! กล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายนั้นจะมีการเชื่อมโยงกันทั้งหมด หากมีกล้ามเนื้อส่วนใดเริ่มหดเกร็ง หรือ มีอาการอักเสบขึ้น กล้ามเนื้อส่วนนั้นมีโอกาสที่จะดึงรั้งกล้ามเนื้อมัดอื่น ๆ ทำให้เกิดอาการปวดในจุดอื่น ๆ ตามมาด้วย
 
ดังนั้น หากเริ่มรู้สึกปวดที่จุดใดจุดหนึ่งเมื่อไหร่ ขอแนะนำให้รีบไปพบแพทย์ หรือ หาทางแก้ไขที่เหมาะสมก่อนที่จะลุกลามไปจุดอื่น ๆ จนไม่สามารถหาต้นตอ ทำให้ลุกลามกลายเป็นปัญหาการปวดเมื่อยเรื้อรังต่อไป หรือ ส่งผลกระทบต่อระบบประสาทและอวัยวะอื่นได้
ซื้อประกันสุขภาพเหมาจ่าย

อาการของออฟฟิศซินโดรม

อาการและความรุนแรงของออฟฟิศซินโดรมในแต่ละคนจะมีความแตกต่างกันไป เริ่มจากการนั่งทำงานผิดท่าเป็นเวลานานที่ทำให้เกิดอาการปวดหลัง ภาวะหลังค่อม รวมไปถึงอาการปวดตามต้นคอ บ่า และแผ่นหลังตามมาได้ นอกจากนี้ การใส่ส้นสูงยืนทำงานเป็นประจำอย่างต่อเนื่องยังทำให้เกิดภาวะปวดหลังเรื้อรังได้เช่นกัน

นอกจากปวดหลังแล้ว ออฟฟิศซินโดรมยังครอบคลุมไปถึงอาการปวดเมื่อยที่บริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย โดยส่วนใหญ่มักพบได้ที่บริเวณคอ บ่า ไหล่ แขน และข้อมือ อันเนื่องมาจากการใช้งานเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

ไม่เพียงเท่านั้น ออฟฟิศซินโดรมยังสามารถแสดงอาการออกมาในรูปแบบของอาการปวดหัว ปวดตา และมีอาการตาพร่ามัว เนื่องจากจำเป็นต้องใช้สายตาโฟกัสกับงานเป็นเวลานาน ทั้งยังมีความเครียดสะสมจากการทำงาน จนทำให้กล้ามเนื้อที่บริเวณตาและศีรษะเกิดอาการหดเกร็งได้ 

นอกจากนี้ ออฟฟิศซินโดรมยังแสดงอาการในรูปแบบของอาการเหน็บชาที่บริเวณกล้ามเนื้อที่ใช้งานบ่อย ๆ เช่น บางคนมีอาการเหน็บชาที่มือ นิ้ว หรือ มีปัญหานิ้วล็อกและปวดข้อมือ ในขณะที่หลาย ๆ คนมีอาการชาที่ขาและบริเวณหลัง

อันตรายและการรักษาออฟฟิศซินโดรม

อันตรายของออฟฟิศซินโดรม

อาการปวดและชาตามจุดต่าง ๆ ของร่างกายเกิดขึ้นจากการใช้งานกล้ามเนื้อ กระดูก รวมไปถึงส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องซ้ำไปซ้ำมาเป็นเวลานานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำให้เกิด ‘ภาวะทับเส้นประสาท’ เท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดพังผืดเกาะขึ้นมาตามจุดต่าง ๆ ได้เช่นกัน

นานวันเข้า ภาวะทับเส้นประสาทและพังผืดเหล่านี้สามารถลุกลามกลายเป็นโรคเรื้อรังได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นกระดูกทับเส้นประสาท กล้ามเนื้อหนีบเส้นประสาท ปลอกหุ้มเส้นเอ็นบริเวณมือ กระดูกสันหลังคด และนิ้วล็อก นอกจากนี้ การกดทับกล้ามเนื้อเป็นเวลานานจนทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยและชาได้ยังเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคร้ายแรงอย่างความดันโลหิตสูงและแขนขาอ่อนแรงได้

นอกจากอาการปวดเมื่อยและชาที่รบกวนกิจวัตรประจำวัน ทั้งยังทำให้รู้สึกรำคาญใจในทุกเวลาแล้ว ออฟฟิศซินโดรมยังมีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดโรคร้ายแรงอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นไขมันสูง เบาหวาน หัวใจ ทั้งยังเสี่ยงทำให้เกิดโรคซึมเศร้าอันเนื่องมาจากความเครียดสะสมจากการทำงานหนักอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน

แนวทางการรักษาออฟฟิศซินโดรม

การรักษาออฟฟิศซินโดรมขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการ เริ่มตั้งแต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนั่งทำงาน การใช้อุปกรณ์ปรับสรีระการนั่งทำงาน การหาท่ายืดลดออฟฟิศซินโดรมที่บริเวณคอ บ่า ไหล่ และหลัง ไปจนถึงการนวดแผนต่าง ๆ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

สำหรับใครที่เริ่มมีอาการปวดเมื่อยเรื้อรัง ปวดเฉียบพลัน หรือ เริ่มมีอาการชาร่วมด้วย แพทย์อาจมีการจ่ายยาเพื่อทำการรักษา หรือ มีการแนะนำการรักษาด้วยวิธีการอื่น ๆ เพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นการทำกายภาพ การรักษาด้วยเวชศาสตร์ฟื้นฟู ไปจนถึงการรักษาทางเลือกอย่างการฝังเข็มสลายจุดปวด การกดจุด ไปจนถึงการแนะนำการออกกำลังกายเพื่อสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร หากเกิดอาการปวด เมื่อยล้า หรือเหน็บชาที่บริเวณใด ต่อให้จะเล็กน้อยแค่ไหนก็ควรเริ่มต้นปรับพฤติกรรมการนั่งของตนเองก่อน หากยังไม่ดีขึ้นก็ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนที่อาการปวดเมื่อยชั่วคราวจะลุกลามกลายเป็นอาการปวดเรื้อรังและลุกลามเป็นโรคร้ายอื่น ๆ ได้

ซื้อประกันสุขภาพเหมาจ่าย

8 วิธีคลายเครียดในที่ทำงาน ลดอาการออฟฟิศซินโดรมได้จริง!

หลังจากที่เข้าใจเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าโรคออฟฟิศซินโดรมคืออะไร สามารถรักษาออฟฟิศซินโดรมได้อย่างไรบ้าง สำหรับใครที่เพื่อนร่วมทางอย่าง ‘ออฟฟิศซินโดรม’ กำลังยืนรออยู่หน้าประตูบ้านเป็นที่เรียบร้อย หรือบ้านไหนได้เปิดประตูให้ออฟฟิศซินโดรมเข้ามาเป็นเพื่อนร่วมทางชีวิตแล้ว ลองมาดู 8 วิธีคลายเครียดในที่ทำงาน ช่วยป้องกันและลดความรุนแรงของออฟฟิศซินโดรมแบบง่าย ๆ กัน


1. อย่านั่งทำงานติดต่อกันจนเกินไป

การนั่งทำงานติดต่อกันเป็นเวลานานถือเป็นการใช้มัดกล้ามเนื้อซ้ำ ๆ จนทำให้เกิดอาการหดเกร็งและอักเสบตามมา จนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดออฟฟิศซินโดรมได้ ดังนั้น ขอแนะนำให้กำหนดเวลาการทำงานแต่ละชิ้น หรือ เลือกกำหนดเวลาลุกเดินเพื่อเป็นการคลายกล้ามเนื้อ เช่น ต้องเดินทุก 1 ชั่วโมง หรือ ตั้งกฎในการไปดื่มน้ำทุก 1 ชั่วโมง 


2. ลองยืดเส้นยืดสายง่าย ๆ ดู

การหาท่ายืดคลายออฟฟิศซินโดรมก็เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับสำคัญที่ช่วยคลายกล้ามเนื้อในระหว่างวันได้เป็นอย่างดี ทั้งยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นออฟฟิศซินโดรมจากการนั่งทำงานนาน ๆ อีกด้วย โดยในแต่ละช่วงอาจจะลองลุกยืดเหยียดกล้ามเนื้อของตัวเองดูสักหน่อย หรือ หากใครพอมีเวลา ‘ซันเดย์’ เองก็เคยทำคลิปสอนยืดเหยียดกล้ามเนื้อด้วยตัวเองง่าย ๆ เช่นกัน ดูเลยที่


3. ปรับท่านั่งให้เหมาะสมกับการทำงาน

การปรับท่านั่งทำงานถือเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเริ่มต้นจากการนั่งหลังตรงแนบพนักพิง ตลอดจนพยายามนั่งโดยงอหลัง ก้มหน้า หรือ เงยหน้ามากจนเกินไป ง่าย ๆ เพียงเท่านี้ก็ช่วยลดอาการปวดเมื่อยในการทำงานได้ในระยะยาวแล้ว


4. อย่าลืมพักเบรกสัก 10 – 20 นาที

หลังจากที่ทราบไปแล้วว่าโรคออฟฟิศซินโดรมคืออะไร จะเห็นได้ว่าอาการปวดหัวและปวดตาก็เป็นส่วนหนึ่งของโรคออฟฟิศซินโดรมเช่นกัน ดังนั้น เพื่อช่วยคลายกล้ามเนื้อตา คอ บ่า และหลัง ทั้งยังเป็นการคลายเครียดไปในตัว อย่าลืมลองหาเวลาพักเบรกสัก 10 – 20 นาทีในระหว่างการทำงานด้วย ซึ่งในระหว่างพักนี้ก็ควรหลีกเลี่ยงการเล่นโทรศัพท์มือถือด้วย เพราะจะทำให้ยิ่งปวดตาและกล้ามเนื้อมากยิ่งขึ้น

ลดอาการออฟฟิศซินโดรมอย่างไร

5. จัดลิสต์การทำงาน ช่วยบริหารความเครียด

ความเครียดจากการทำงานอาจเกิดขึ้นจากการบริหารงานที่ไม่เหมาะสม ดังนั้น เมื่อได้รับมอบหมายงานมาแล้ว ลองมานั่งจัดลำดับความสำคัญของงานแต่ละชิ้นก่อนเริ่มลงมือทำก่อน 

Sunday’s Tips! 

หากยังไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ลองปรับใช้เทคนิคการจัดการงานอย่าง Eisenhower Box ที่จะแบ่งตารางการทำงานตามความเร่งด่วนและความสำคัญ ดังนี้

ลิสต์สำหรับ
งานด่วนและสำคัญ
ให้ทำทันที
ลิสต์สำหรับ
งานไม่ด่วน แต่สำคัญ
ให้ทำเป็นอันดับถัดมา
ลิสต์สำหรับ
งานด่วน แต่ไม่สำคัญ
มอบหมายให้คนอื่นทำแทน
ลิสต์สำหรับ
งานไม่ด่วน และไม่สำคัญ
ยังไม่ต้องทำงานชิ้นนี้

6. เลือกเติมน้ำตาลระหว่างวันอย่างมีประสิทธิภาพ

การทำงานหนักในแต่ละวันจำเป็นต้องใช้พลังงานสูงมาก จึงไม่แปลกที่ใครหลายคนอาจเริ่มรู้สึกเพลียในช่วงบ่ายจนถึงเย็น แต่แทนที่จะเติมกาแฟ น้ำอัดลม หรือ เครื่องดื่มน้ำตาลสูงเข้าสู่ร่างกาย ขอแนะนำให้เลือกเติมน้ำตาลจากผลไม้ เพื่อให้ร่างกายค่อย ๆ ย่อยอาหารและดูดซึมน้ำตาลไปใช้ ทั้งยังได้กากอาหารที่ดีต่อระบบทางเดินอาหารอีกด้วย


7. โฟกัสลมหายใจขณะทำงาน

การโฟกัสลมหายใจขณะทำงาน ไม่เพียงแต่จะช่วยทำให้มีสมาธิกับงานที่ทำเท่านั้น แต่ยังถือเป็นการผ่อนคลายระบบประสาท สมอง รวมถึงกล้ามเนื้อมัดต่าง ๆ ไปในตัวด้วย ดังนั้น หากเริ่มรู้สึกว่ากล้ามเนื้อหดเกร็งและตึงเครียดเมื่อไหร่ ลองค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจและผ่อนคลายตัวเองดู


8. หาเวลาออกกำลังกายหลังเลิกงาน

การพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อถือเป็นการรักษาออฟฟิศซินโดรมที่มีประสิทธิภาพ โดยการออกกำลังกายอย่างเวทเทรนนิ่งอย่างถูกต้อง รวมถึงการคาร์ดิโออย่างเหมาะสมสามารถช่วยลดไขมันสะสมร่างกาย ทั้งยังช่วยผ่อนคลายจิตใจและสร้างความแข็งแรงให้กับมัดกล้ามเนื้อเพื่อรองรับการใช้งานได้เป็นอย่างดี


เพียงเท่านี้ก็เข้าใจเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าโรคออฟฟิศซินโดรมคืออะไร ควรดูแลตัวเองและรักษาสุขภาพอย่างไรให้สามารถป้องกันและลดอาการออฟฟิศซินโดรมได้ รู้แบบนี้แล้วอย่าลืมนำทั้ง 8 วิธีคลายเครียดในที่ทำงานที่นำมาฝากนี้ไปพิจารณาและปรับใช้ให้เหมาะสมกับตัวเองด้วย

อย่างไรก็ดี ในระหว่างการเดินทางไปสู่ความฝันที่ตั้งเป้าไว้จากการทำงานหนัก นอกจากออฟฟิศซินโดรมแล้ว ในระหว่างทางนี้หลายคนก็อาจเจอเข้ากับเพื่อนร่วมทางใหม่ ๆ ที่มาพร้อมกับความเสี่ยงด้านสุขภาพเช่นกัน ดังนั้น หากต้องการทำงานเพื่อไปถึงฝันที่ใจปรารถนาได้โดยไม่มีความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายที่มาพร้อมกับการรักษาพยาบาล เลือกบริหารความเสี่ยงตั้งแต่วันนี้ด้วยประกันสุขภาพออนไลน์ จาก Sunday

ซื้อประกันสุขภาพเหมาจ่าย
Share this article
Shareable URL
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

อัปเดต 2569! 10 อันดับค่าห้องโรงพยาบาลเอกชนยอดนิยม

นอกจากค่าธรรมเนียมการแพทย์และค่ายาแล้ว “ค่าห้องโรงพยาบาล” คือ หนึ่งในค่าใช้จ่ายอาจทำให้หลายๆ คนช็อก…
ค่าห้องโรงพยาบาล 2569

ฝุ่น PM 2.5 กลับมาทุกหน้าหนาว จะมีวิธีป้องกันดูแลสุขภาพตัวเองและครอบครัวอย่างไร?

ฝุ่น PM 2.5 คือ อนุภาคขนาดจิ๋วที่อันตรายกว่าแค่ฝุ่นละอองทั่วไป เนื่องจากมีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมโครเมตร…
ฝุ่น pm 2.5
0
Share