หน้าหลัก สาระสุขภาพ ปวดเต้านม ภัยเงียบที่ผู้หญิงและผู้ชายต้องระวังให้ดี!

ปวดเต้านม ภัยเงียบที่ผู้หญิงและผู้ชายต้องระวังให้ดี!

หลายคนมักเข้าใจว่า อาการปวดเต้านมเป็นสัญญาณเตือนโรคร้ายของผู้หญิงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความรู้สึกเจ็บเต้านม ไม่ว่าจะทั้งสองข้างหรือข้างเดียว ล้วนเป็นอาการเสี่ยงด้านสุขภาพที่สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งกับผู้หญิงและผู้ชาย

หากใครมีอาการเจ็บเต้านมสองข้าง ข้างใดข้างหนึ่ง หรือรู้สึกเจ็บใต้ซี่โครงซ้ายบ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย มารู้เท่าทันความเสี่ยงโรคร้ายที่มาพร้อมกับอาการปวดเต้านมได้ในบทความนี้

เจ็บเต้าสองข้างเกิดจากอะไร

รู้จักอาการปวดเต้านมให้มากขึ้น

เมื่อพูดถึงอาการปวดเต้านม เชื่อว่าหลาย ๆ คนต้องนึกถึงอาการคัดเต้านมในช่วงประจำเดือนไม่มา หรือ ช่วงที่ใกล้ถึงรอบประจำเดือน ซึ่งถึงแม้จะดูเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกคน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความรู้สึกเจ็บที่บริเวณเต้านมอาจไม่ใช่เรื่องปกติเสมอไป

ปวดเต้านม รู้สึกเจ็บเต้าสองข้างเกิดจากอะไร?

โดยทั่วไปแล้ว อาการปวดเต้านม รวมไปถึงความรู้สึกเจ็บเต้าทั้งสองข้าง จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ซึ่งจะมีสาเหตุในการเกิดที่แตกต่างกัน ดังนี้

1. อาการปวดหน้าอกที่สัมพันธ์กับประจำเดือน (Cyclical Breast Pain) 

อาการปวดหน้าอกที่สัมพันธ์กับการมีประจำเดือนมักเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในร่างกายของเพศหญิง ซึ่งในระหว่างช่วงที่ไข่กำลังจะตก ร่างกายของเพศหญิงจะมีการหลั่งฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ที่สูงขึ้น ทำให้กรดกาโมลีนิก (Gamolenic Acid) ลดน้อยลง และทำให้เกิดการขยายตัวของเต้านมมากยิ่งขึ้น

ด้วยเหตุนี้ ผู้หญิงหลาย ๆ คนจึงมักมีอาการปวดเต้านมในช่วงก่อนที่ประจำเดือนจะมา หรือบางคนอาจรู้สึกเจ็บเต้านมทั้งสองข้างไปจนกว่าที่ประจำเดือนจะหมดรอบ รวมถึงมีอาการคัดเต้าเกิดขึ้นแม้ไม่ได้ท้องหรือในขณะที่ประจำเดือนไม่มา

2. อาการปวดหน้าอกที่ไม่สัมพันธ์กับการมีประจำเดือน (Non-Cyclical Breast Pain)

สำหรับผู้ชาย หรือ ผู้หญิงที่มีอาการคัดเต้านมแม้ประจำเดือนไม่มา ไม่แน่ว่าอาจมีอาการปวดเต้านมที่ไม่สัมพันธ์กับการมีประจำเดือนก็เป็นได้ โดยส่วนใหญ่แล้ว อาการปวดในกลุ่มนี้จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก

  1. ตั้งครรภ์ 

เมื่อร่างกายเข้าสู่ภาวะตั้งครรภ์ในช่วง 1 – 3 เดือนแรก คุณแม่มือใหม่หลาย ๆ คนอาจรู้สึกถึงอาการคัดเต้านมและเจ็บเต้าทั้งสองข้าง เนื่องจากในระหว่างตั้งครรภ์จะมีเลือดเข้าไปเลี้ยงที่เต้านมมากขึ้น ซึ่งนอกจากจะรู้สึกปวดและตึงแล้ว บ่อยครั้งเต้านมยังไวต่อความรู้สึกมากยิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ ผู้ที่กำลังให้นมบุตร หรือ อยู่ในช่วงใกล้คลอด อาจมีอาการเจ็บเต้านมทั้งสองข้าง หรือ ข้างเดียวได้เช่นกัน

2. สาเหตุภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อทรวงอก 

เช่น การบาดเจ็บ หรือ ความผิดปกติที่ส่งผลกระทบต่อกล้ามเนื้อหน้าอก การผ่าตัดเสริมหน้าอก ข้อต่อกระดูกชายโครง กระดูกบริเวณทรวงอก ไปจนถึงการเจ็บป่วยด้วยไข้หวัด การติดเชื้อที่แผลหรือการมีเพศสัมพันธ์ โรคเบาหวาน ไปจนถึงปัญหาที่ระบบทางเดินหายใจและหัวใจ ส่งผลให้หลาย ๆ คนรู้สึกเจ็บใต้ซี่โครงซ้ายและขวาได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย

3. ความผิดปกติจากเต้านมเอง 

ไม่ว่าจะเป็นภาวะการเกิดโรคถุงน้ำที่เต้านม มีเนื้องอก ฝีภายในเต้านม ภาวะเต้านมอักเสบ ไปจนถึงการเกิดมะเร็งเต้านมในระยะต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโรคร้ายที่ต้องเข้ารับการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที

นอกจากนี้ ผู้ชายที่มีภาวะผู้ชายมีนม (Gynecomastia) ก็มีความเสี่ยงจะรู้สึกปวดเต้านมได้เช่นกัน โดยภาวะที่ผู้ชายมีนมนั้นจะเกิดขึ้นจากการที่ร่างกายมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ไม่สมดุลกับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ส่งผลทำให้เต้านมมีขนาดใหญ่ขึ้น หรืออาจมีอาการคัดเต้า หัวนมแข็ง หรือรู้สึกคันที่บริเวณหัวนมได้

ผู้ชายปวดเต้านมอันตรายไหม?

อาการปวดเต้านมแบบไหนต้องรีบไปพบแพทย์?

โดยส่วนใหญ่แล้ว อาการปวดเต้านมในผู้หญิงและผู้ชายจะสามารถหายได้เอง หากระดับฮอร์โมนในร่างกายกลับเข้ามาสู่ภาวะปกติ แต่หากใครรู้สึกเจ็บ หรือ มีอาการปวดเต้านมตามลิสต์ด้านล่างนี้ ขอแนะนำให้รีบเข้าพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยโดยด่วน ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ตาม

  1. มีก้อนไตแข็งเกิดขึ้นที่บริเวณเต้านมและหัวนม
  2. มีของเหลว น้ำเหลือง หรือ เลือดไหลออกจากหัวนม
  3. มีรอยบุ๋ม หรือ กดที่บริเวณเต้านมแล้วมีรอยบุ๋มที่ไม่คืนตัว
  4. รู้สึกเจ็บเต้าจี๊ด ๆ ข้างซ้ายหรือขวา ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย นานกว่า 1 สัปดาห์
  5. รูปร่างและขนาดของเต้านมเปลี่ยนแปลงไปโดยไม่ทราบสาเหตุ
  6. มีอาการบวมแดง รู้สึกร้อน เกิดแผลและผื่นที่บริเวณเต้านมที่ไม่สามารถหายเองได้ นานเกินกว่า 2 สัปดาห์
  7. รู้สึกคันที่บริเวณเต้านมนานเกิน 2 สัปดาห์

หากรู้สึกเจ็บเต้านมทั้งสองข้าง หรือ ข้างเดียวร่วมกับ 7 อาการข้างต้นนี้เมื่อไหร่ ขอแนะนำให้รีบเข้าไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยก่อนที่อาการปวดธรรมดาจะลุกลามกลายเป็นโรคร้ายแบบไม่ทันตั้งตัว


ปวดเต้านมบ่อย จะมีวิธีบรรเทา หรือ ป้องกันอาการปวดได้อย่างไร?

สำหรับใครที่รู้สึกเจ็บเต้านมทั้งสองข้าง แต่ไม่ได้มี 7 อาการร้ายแรงที่ต้องรีบไปพบแพทย์ ขอแนะนำให้บรรเทาอาการปวดและดูแลตัวเองเบื้องต้น ดังนี้

  1. สวมชุดชั้นในที่พอดีกับหน้าอก ไม่คับแน่น หรือ หลวมจนเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บที่หน้าอกได้
  2. ประคบด้วยผ้าอุ่น เพื่อลดการตึงตัวและอาการคัดเต้านม
  3. หาวิธีระบายน้ำนมที่ถูกต้อง เช่น ให้ลูกกินนมจากข้างที่รู้สึกคัดตึงก่อน หรือ นวดกระตุ้นน้ำนมให้สมดุลและน้ำนมไหลได้ดี 
  4. ใช้ยาบรรเทาอาการปวด หรือ ยาแก้อักเสบ ที่เหมาะสมกับข้อจำกัดร่างกายและโรคประจำตัว
  5. ปรึกษาแพทย์เรื่องการใช้ยารักษาโรคประจำตัว เนื่องจากยารักษาโรคบางชนิดสามารถทำให้เกิดอาการเจ็บที่บริเวณหน้าอกได้ เช่น ยารักษาโรคหัวใจ ยาต้านเศร้า ฮอร์โมนทดแทน ไปจนถึงการใช้ยาคุมกำเนิด
  6. มีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย เช่น สวมถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันการติดเชื้อที่มาจากการมีเพศสัมพันธ์ โดยเชื้อ HIV ถือเป็นอีกหนึ่งเชื้อโรคที่ทำให้เกิดอาการปวดเต้านมได้เช่นกัน
  7. เข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการเฝ้าระวังความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายแรงที่มาพร้อมกับอาการปวดเต้านมตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยหากมีความผิดปกติเกิดขึ้น แพทย์อาจเริ่มทำการจ่ายยาเพื่อลดอาการปวดและอักเสบที่เต้านม จากนั้นจึงทำการตรวจหาความผิดปกติที่เต้านมต่อไป โดยจะเริ่มตั้งแต่การตรวจแมมโมแกรม อัลตราซาวด์ ตรวจเอ็มอาร์ไอ ไปจนถึงการตัดชิ้นเนื้อเพื่อส่งตรวจหาความผิดปกติ

จะเห็นได้ว่า ความผิดปกติเล็ก ๆ ในร่างกายอย่างอาการปวดเต้านมก็สามารถพัฒนากลายเป็นโรคร้ายแรงได้โดยไม่ทันตั้งตัว ดังนั้น นอกจากจะดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ ตลอดจนออกกำลังกายเป็นประจำแล้ว การทำประกันสุขภาพก็เป็นหนึ่งในตัวช่วยบริหารความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน

ประกันสุขภาพออนไลน์ Sunday ไม่เพียงแต่จะมาพร้อมกับความคุ้มครองที่เมคเซนส์ในเบี้ยประกันที่เหมาะสมที่คุณสามารถเลือกพิจารณาได้ตามต้องการเท่านั้น แต่คุณยังสามารถรับประสบการณ์ประกันภัยครบวงจรแบบครบจบในแอปฯ เดียว ตั้งแต่การแจ้งเคลม ติดตามสถานะการเคลม ซื้อยาและปรึกษาแพทย์ออนไลน์กับพาร์ทเนอร์ชั้นนำ ไปจนถึงการติดตามสุขภาพส่วนบุคคล

เช็กเบี้ยประกันสุขภาพออนไลน์กับ Sunday ได้ง่าย ๆ ใช้แค่ ‘วันเดือนปีเกิด’ เท่านั้น

Share this article
Shareable URL
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

อัปเดต 2569! 10 อันดับค่าห้องโรงพยาบาลเอกชนยอดนิยม

นอกจากค่าธรรมเนียมการแพทย์และค่ายาแล้ว “ค่าห้องโรงพยาบาล” คือ หนึ่งในค่าใช้จ่ายอาจทำให้หลายๆ คนช็อก…
ค่าห้องโรงพยาบาล 2569

ฝุ่น PM 2.5 กลับมาทุกหน้าหนาว จะมีวิธีป้องกันดูแลสุขภาพตัวเองและครอบครัวอย่างไร?

ฝุ่น PM 2.5 คือ อนุภาคขนาดจิ๋วที่อันตรายกว่าแค่ฝุ่นละอองทั่วไป เนื่องจากมีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมโครเมตร…
ฝุ่น pm 2.5
0
Share