หน้าหลัก สาระสุขภาพ ควินัวคืออะไร กินยังไงให้ได้ประโยชน์เต็มที่?

ควินัวคืออะไร กินยังไงให้ได้ประโยชน์เต็มที่?

ควินัว

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การรับประทานอาหารคลีนถือเป็นอีกหนึ่งเทรนด์สุขภาพมาแรงที่หลายคนให้ความสนใจ โดยนอกจากจะลดเครื่องปรุงและการใช้น้ำมันในการประกอบอาหารแล้ว การรับประทานอาหารคลีนยังรวมไปถึงการใช้วัตถุดิบทางเลือกอย่าง ‘คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน’ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น

เช่นเดียวกับ ‘ข้าวกล้อง’ และ ‘ข้าวไรซ์เบอร์รี’ วัตถุดิบอย่าง ‘ควินัว’ เองก็ถือเป็นอีกหนึ่งคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ได้รับความนิยมในหมู่คนรับประทานอาหารคลีนและผู้รักสุขภาพด้วยเช่นกัน แล้วควินัวที่ว่านี้คืออะไรกันแน่ จะมีโภชนาการและสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพเหมือนที่หลายคนเข้าใจหรือไม่ มาไขทุกข้อสงสัยในบทความนี้กัน


เลือกอ่านประเด็นที่สนใจ:


ควินัวคืออะไร?

ควินัวคืออะไร-มีประโยชน์จริงไหม

ควินัว (Quinoa) คือ พืชหน้าตาคล้ายถั่วที่มีถิ่นกำเนิดยังบริเวณอยู่อาศัยของชาวอินคาในแถบอเมริกาใต้ โดยตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว ควินัวจะเป็นพืชที่อยู่ในตระกูลเดียวกับผักใบเขียวอย่าง ‘ผักโขม’ ‘สวิสชาร์ด’ รวมถึง ‘บีทรูท’ แต่ด้วยหน้าตาที่คล้ายกับธัญพืช จึงทำให้ได้รับการจัดหมวดหมู่ให้อยู่ในกลุ่มธัญพืชเทียม หรือ Pseudocereal นั่นเอง


ควินัวมีกี่ประเภท?

จากการศึกษาพบว่า ควินัวที่วางจำหน่ายในท้องตลาดปัจจุบันนี้จะมีด้วยกัน 3 ประเภทหลัก โดยจะแบ่งคุณประโยชน์ตามสีที่แตกต่างกัน ดังนี้

  1. ควินัวสีขาว (White Quinoa) เป็นสายพันธุ์ที่พบได้มากที่สุดในบรรดาควินัวทั้ง 3 ชนิด มีรสอ่อนและทานง่าย 
  2. ควินัวสีแดง (Red Quinoa) เป็นสายพันธุ์ที่มีรสชาติเข้มข้น ทั้งยังอุดมไปด้วยไฟเบอร์ วิตามินอี และโฟเลต
  3. ควินัวสีดำ (Black Quinoa) เป็นสายพันธุ์ที่มีความกรุบกรอบสูง อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและสารแอนโทไซยานินที่ช่วยต้านการอักเสบของร่างกาย 

ด้วยคุณประโยชน์และรสชาติที่แตกต่างกัน จึงทำให้ผู้รักสุขภาพหลายคนนิยมรับประทานควินัว 3 สีเพื่อรับประโยชน์และสารอาหารจากควินัวได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ผู้รักสุขภาพบางส่วนยังมองว่า การรับประทานควินัว 3 สีพร้อมกันยังช่วยทำให้รับประทานควินัวได้ง่ายขึ้นกว่าการเลือกทานสีใดสีหนึ่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลด้วยเช่นกัน


ควินัวมีสารอาหารอะไรบ้าง?

ควินัวเป็นพืชที่อุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญหลากหลายชนิด จึงทำให้ควินัวถูกยกให้เป็นหนึ่งใน Super Food หรือ สุดยอดอาหารที่ดีต่อสุขภาพนั่นเอง โดยควินัวหุงสุก 100 กรัมจะมาพร้อมกับสารอาหารสำคัญทั้งหมด ดังนี้

  1. คาร์โบไฮเดรต 21.3 กรัม
  2. ไขมันทั้งหมด 1.9 กรัม
  3. โปรตีน 4.4 กรัม
  4. ใยอาหาร 2.8 กรัม
  5. โซเดียม 7 มิลลิกรัม
  6. โพแทสเซียม 172 มิลลิกรัม
  7. น้ำตาล 0.9 กรัม

นอกจากสารอาหารข้างต้นนี้แล้ว ควินัวหุงสุก 100 กรัมยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุสำคัญอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกายอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นฟอสฟอรัส เหล็ก แคลเซียม วิตามินบี 6 และ บี 12 แมกนีเซียม ไนอาซิน วิตามินอี ซิงค์ และ ไรโบพลาวิน 

นอกจากนี้ หากเปรียบเทียบกับคาร์โบไฮเดรตชนิดอื่น ๆ แล้ว ควินัวยังอุดมไปด้วยสารอาหารโปรตีนที่สูงกว่ามาก ทั้งยังเป็นโปรตีนที่ปราศจากกลูเตน ด้วยเหตุนี้ ควินัวจึงเป็นอีกหนึ่งอาหารทางเลือกสำหรับผู้สูงอายุ ผู้แพ้กลูเตนจากคาร์โบไฮเดรต คนรักสุขภาพ รวมถึงบุคคลทั่วไปที่ต้องการสร้างและรักษามวลกล้ามเนื้อเอาไว้


ควินัวมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร?

ควินัวมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร

การรับประทานควินัวมาพร้อมกับประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน ซึ่งจากการศึกษาพบว่า การรับประทานควินัวสามารถช่วยลดระดับไขมันในเลือดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคร้ายตามมาได้

ไม่เพียงเท่านั้น การรับประทานควินัวในปริมาณที่เหมาะสมเป็นประจำสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้มีส่วนช่วยสำคัญในการลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ซึ่งจัดเป็นหนึ่งในโรคเรื้อรังที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ ควินัวยังอุดมไปด้วยไฟเบอร์และโปรตีน ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยให้อิ่มเร็วและบำรุงระบบทางเดินอาหารเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยในการกระตุ้นกระบวนการเผาผลาญในร่างกายให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ การรับประทานควินัวจึงมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักด้วยเช่นกัน

ที่สำคัญ ควินัวยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด ทั้งสารแอนโทไซยานิน รวมไปถึงสารซาโปนินที่ช่วยต้านการอักเสบในร่างกายได้ ด้วยเหตุนี้ ผู้รักสุขภาพหลายคนจึงเชื่อว่า การรับประทานควินัวจะสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นสารพัดโรคร้ายได้เช่นกัน


ควินัวมีโทษต่อร่างกายหรือไม่?

แม้จะเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในหลายด้าน แต่การรับประทานควินัวเองก็มาพร้อมกับข้อเสียที่ต้องพิจารณาให้ดีเช่นกัน

อันดับแรก การรับประทานควินัวที่มากเกินพอดีอาจทำให้แร่ธาตุต่าง ๆ รวมตัวกันจนเกิดเป็นภาวะนิ่วในไตได้ นอกจากนี้ ควินัวยังมีสารอาหารที่เรียกว่า ‘สารไฟเตต’ ซึ่งมีฤทธิ์ในการยับยั้งการดูดซึมธาตุเหล็กและสังกะสี ด้วยเหตุนี้ ผู้ป่วยด้วยโรคความผิดปกติเกี่ยวกับธาตุเหล็กและสังกะสีจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานควินัวทุกครั้ง

อันดับต่อมา จริงอยู่ว่าควินัวนั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายด้าน แต่ในปัจจุบันยังไม่มีการศึกษาถึงความปลอดภัยในการรับประทานควินัวอย่างแน่ชัด ดังนั้น ผู้ที่ตั้งครรภ์และให้นมบุตร จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจรับประทานควินัวด้วยเช่นกัน

อันดับสุดท้าย ในปัจจุบันนี้ยังมีการรายงานถึงผู้รับประทานควินัวและเกิดอาการไม่พึงประสงค์ตามมา ไม่ว่าจะเป็นอาการแพ้ อาการบวมที่ลิ้นและริมฝีปาก ไปจนถึงผื่นขึ้นตามร่างกาย ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากสารที่อยู่ในควินัว หรือ สารเคมีตกค้าง ด้วยเหตุนี้ หากเกิดอาการไม่พึงประสงค์ใด ๆ ขอแนะนำให้หยุดทานและรีบไปพบแพทย์ในทันที


ควินัวมีวิธีทำอย่างไร กินยังไงให้ดีต่อสุขภาพ?

สำหรับใครที่ปรึกษาแพทย์และผู้เชี่ยวชาญถึงการรับประทานควินัวแล้ว แต่ไม่รู้ว่าควินัวต้องกินยังไง หรือ จะมีวิธีทำอย่างไรให้สามารถรับประทานกับอาหารชนิดอื่น ๆ ได้ง่ายขึ้น ลองมาดู3 เคล็ดลับการหุงควินัวให้อร่อยและดีต่อสุขภาพกัน 

  1. นำควินัวมาล้างทำความสะอาดเพื่อล้างสิ่งสกปรกและสารเคมีตกค้าง จากนั้นแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที
  2. สะเด็ดน้ำควินัวให้พอหมาด จากนั้นนำมาหุงในหม้อหุงข้าวในอัตราส่วน 1:2 โดยใช้ควินัว 1 ส่วนหุงกับน้ำ 2 ส่วน 
  3. กดหุงข้าวตามปกติ เมื่อควินัวสุกแล้วให้นำซ่อมมารวนควีนิวให้เป็นเม็ด จากนั้นทิ้งไว้ให้อุ่นก็สามารถนำมารับประทานแทนข้าวได้ทันที

อย่างไรก็ดี สำหรับใครที่รู้สึกว่าควินัวมีกลิ่นที่แรงและสัมผัสที่แปลกจนเกินไป ขอแนะนำให้ลองนำควินัวไปหุงกับข้าวดูก่อน โดยเริ่มจากการใช้อัตราส่วนข้าว 2 ส่วน ควินัว 1 ส่วน และ น้ำ 2 ส่วน จากนั้นจึงค่อย ๆ ปรับลดสัดส่วนตามความชอบต่อไป

จะเห็นได้ว่า การรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมและอยู่ในความดูแลของผู้เชี่ยวชาญ ควินัวนั้นสามารถให้ประโยชน์กับสุขภาพได้มากกว่าที่คิดเลยทีเดียว หวังว่าข้อมูลที่นำมาฝากในบทความนี้จะช่วยใครหลายคนเข้าใจการรับประทานควินัวที่เหมาะสม ตลอดจนรู้จักประโยชน์ที่จะได้รับและเรื่องที่ต้องระมัดระวังในการรับประทานควินัวด้วย


หากคุณกำลังปรับพฤติกรรมการกินให้ดีต่อสุขภาพมากขึ้น นอกจากเลือกธัญพืชอย่างควินัวแล้ว การใช้น้ำมันปรุงอาหารที่ดีต่อร่างกายก็สำคัญไม่แพ้กัน ลองดู 5 น้ำมันเพื่อสุขภาพที่เหมาะกับการทำอาหารในชีวิตประจำวัน ได้ที่นี่บทความนี้ 5 น้ำมันเพื่อสุขภาพสำหรับทำอาหาร


อย่างไรก็ดี ไม่เพียงแต่จะเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพเท่านั้น แต่อย่าลืมมองหาตัวช่วยในการบริหารความเสี่ยงที่มาพร้อมกับความไม่แน่นอนของสุขภาพ อย่างการทำประกันสุขภาพออนไลน์กับ Sunday มาพร้อมกับความคุ้มครองที่เมคเซนส์ในเบี้ยประกันที่เหมาะสม คำนวณเบี้ยประกันสุขภาพออนไลน์ง่าย ๆ ไม่ต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว ใช้แค่ ‘วันเดือนปีเกิด’ เท่านั้น


ประกันสุขภาพซันเดย์
Share this article
Shareable URL
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

อัปเดต 2569! 10 อันดับค่าห้องโรงพยาบาลเอกชนยอดนิยม

นอกจากค่าธรรมเนียมการแพทย์และค่ายาแล้ว “ค่าห้องโรงพยาบาล” คือ หนึ่งในค่าใช้จ่ายอาจทำให้หลายๆ คนช็อก…
ค่าห้องโรงพยาบาล 2569

ฝุ่น PM 2.5 กลับมาทุกหน้าหนาว จะมีวิธีป้องกันดูแลสุขภาพตัวเองและครอบครัวอย่างไร?

ฝุ่น PM 2.5 คือ อนุภาคขนาดจิ๋วที่อันตรายกว่าแค่ฝุ่นละอองทั่วไป เนื่องจากมีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมโครเมตร…
ฝุ่น pm 2.5
0
Share