หน้าหลัก เรื่องราวการงาน สวัสดิการพนักงานแบบใดที่ไม่ต้องนำไปเสียภาษีบุคคลธรรมดา

สวัสดิการพนักงานแบบใดที่ไม่ต้องนำไปเสียภาษีบุคคลธรรมดา

สวัสดิการพนักงานแบบใดที่ไม่ต้องนำไปเสียภาษีบุคคลธรรมดา

สำหรับพนักงานบริษัทนั้น สวัสดิการพนักงานบางอย่างที่ทางบริษัทจ่ายให้กับเรา จะต้องนำมารวมคำนวณกับเงินได้ประจำปีเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วย แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีสวัสดิการบางแบบที่พนักงานหรือลูกจ้างไม่ต้องนำมารวมในการคำนวณภาษีเงินได้อยู่ แล้วสวัสดิการดังกล่าวได้แก่อะไรบ้าง FlowAccount จะพาไปดูกัน

นิยามของเงินได้ ที่พนักงานได้รับแบบใดต้องเสียภาษี     

ตามประมวลกฎหมายรัษฎากร มาตราที่ 40 (1) แห่ง ระบุว่า เงินได้พึงประเมิน คือ เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน ไม่ว่าจะเป็น เงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใดๆ ฯลฯ 

ซึ่งลูกจ้างหรือพนักงานมีหน้าที่ต้องนำเงินได้ หรือผลประโยชน์อย่างอื่นที่ได้รับ ที่สามารถคำนวณได้เป็นเงินนี้ไปรวมในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีด้วย 

นิยามสวัสดิการที่พนักงานได้รับในทางกฎหมายคืออะไร สวัสดิการ หมายถึง บริการหรือกิจกรรมใดๆ ที่หน่วยงานราชการหรือองค์กรธุรกิจเอกชนจัดให้มีขึ้น เพื่อให้ข้าราชการ พนักงาน หรือผู้ที่ปฏิบัติงานอยู่ในองค์กรนั้นๆ ได้รับความสะดวกสบายในการทำงาน มีความมั่นคงในอาชีพ มีหลักประกันที่แน่นอนในการดำเนินชีวิตหรือได้รับประโยชน์อื่นใด นอกเหนือจากเงินเดือน หรือค่าจ้างที่ได้รับอยู่เป็นประจำ ทั้งนี้เพื่อเป็นสิ่งจูงใจให้ผู้ปฏิบัติงานมีขวัญและกำลังใจที่ดี เพื่อจะได้ใช้ กำลังกาย กำลังใจ และสติปัญญาความสามารถของตนในการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่

สรุปสวัสดิการ

สวัสดิการบางอย่างที่ได้รับการยกเว้นจากกรมสรรพากร ไม่ต้องนำมาเสียภาษี มีดังต่อไปนี้ 

  • ค่าพาหนะและเบี้ยเลี้ยงเดินทาง    

สำหรับค่าพาหนะและเบี้ยเลี้ยงเดินทาง ที่ได้รับการยกเว้นภาษีตามมาตรา 42 แห่งประมวลรัษฎากร กฎกระทรวง ฉบับที่ 126 และการยกเว้นตามพระราชกฤษฎีกาฉบับต่างๆ  มีดังนี้

(1) ค่าเบี้ยเลี้ยง หรือค่าพาหนะ ซึ่งลูกจ้าง หรือผู้รับหน้าที่หรือตําแหน่งงาน หรือผู้รับทํางานให้ ได้จ่ายไป โดยสุจริตตามความจําเป็นเฉพาะ ในการที่ต้องปฏิบัติการตามหน้าที่ของตนและได้จ่ายไปทั้งหมดในการนั้น

(2) ค่าพาหนะและเบี้ยเลี้ยงเดินทางตามอัตราที่รัฐบาลกําหนดไว้ โดยพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยอัตรา ค่าพาหนะและเบี้ยเลี้ยงเดินทาง 


(3) เงินค่าเดินทาง ซึ่งนายจ้างจ่ายให้ลูกจ้าง เฉพาะส่วนที่ลูกจ้างได้จ่ายทั้งหมดโดยจําเป็นเพื่อการเดินทางจากต่างถิ่นในการเข้ารับงานเป็นครั้งแรก หรือในการกลับถิ่นเดิมเมื่อการจ้างได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่ข้อยกเว้นนี้มิให้รวมถึงเงินค่าเดินทางที่ลูกจ้างได้รับในการกลับถิ่นเดิม และในการเข้ารับงานของนายจ้างเดิม ภายใน 365 วัน นับแต่วันที่การจ้างครั้งก่อนได้สิ้นสุดลง

  • รถรับ-ส่งพนักงาน    

เฉพาะกรณีรับส่งพนักงานตามเส้นทางที่นายจ้างเป็นผู้กำหนด ตามเวลาที่ระบุไว้ชัดเจน โดยให้บริการแก่พนักงาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่พนักงานเป็นการทั่วไป และเพื่อผลประโยชน์ของบริษัท ไม่ถือเป็นผลประโยชน์เพิ่มเติมที่ลูกจ้างจะต้องนำมารวมคำนวณกับเงินเดือนหรือค่าจ้าง 

  • ค่ารักษาพยาบาล

ค่ารักษาพยาบาลที่บริษัทฯ จ่ายให้แก่พนักงานตามจำนวนที่พนักงานได้จ่ายไปจริงในการรักษาพยาบาล พนักงานจะได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามมาตรา 42(17) แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ 2(4) (ก) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) 

  • ค่าเบี้ยประกันภัย    

กรณีเป็นประกันภัยกลุ่ม ไม่ถือเป็นเงินได้พนักงานได้รับยกเว้นตามข้อ 2(77) แห่งกฎกระทรวงฉบับที่ 126 (เฉพาะส่วนที่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล) ส่วนประกันชีวิต และประกันสุขภาพ ที่ไม่ใช่ประกันภัยกลุ่ม ถือเป็นรายได้พนักงานตาม ม.40(1) ต้องนำไปรวมคำนวณเสียภาษีตาม ม.56

  • ค่าชดเชยที่ลูกจ้างได้รับตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน

ค่าชดเชยที่ลูกจ้างได้รับตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน และค่าชดเชยที่พนักงานได้รับ ตามกฎหมายว่าด้วยพนักงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ แต่ไม่รวมถึงค่าชดเชยที่ลูกจ้างหรือพนักงานได้รับเพราะเหตุ เกษียณอายุหรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง เงินชดเชยจากการถูกเลิกจ้าง 300 วันสุดท้ายที่ไม่เกิน 300,000 บาท จะได้รับการยกเว้นภาษีค่าจ้าง หรือเงินเดือนค่าจ้างของการทํางาน 

  • เงินได้เท่าที่ลูกจ้างจ่ายเป็นเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ    

ตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสํารองเลี้ยงชีพในอัตราไม่เกินร้อยละ 15 ของค่าจ้างเฉพาะส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 490,000 บาท สําหรับปีภาษีนั้น ทั้งนี้สําหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2551 เป็นต้นไป

  • ค่าคลอดบุตร

กรณีเงินช่วยเหลือค่าคลอดบุตร หากบริษัทฯ ได้จ่ายเงินให้แก่พนักงานทุกคนเป็นการทั่วไปและเป็นไปตามระเบียบของบริษัทฯ ถือเป็นค่ารักษาพยาบาลที่พนักงานได้รับจากบริษัทฯ เข้าลักษณะเป็นเงินได้ส่วนที่เป็นค่ารักษาพยาบาลที่นายจ้างจ่ายให้ หรือจ่ายแทนลูกจ้าง สำหรับการรักษาพยาบาลสำหรับลูกจ้าง สามี ภริยา บุพการี หรือผู้สืบสันดาน ซึ่งอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของลูกจ้าง 

ทั้งนี้ เฉพาะสำหรับการรักษาพยาบาลที่กระทำในประเทศไทย ได้รับยกเว้น ไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 42 (17) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 (4) (ก) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2509

  • เครื่องแบบพนักงาน

เงินได้ที่คำนวณได้จากมูลค่าของเครื่องแบบซึ่งลูกจ้างหรือพนักงานได้รับจากนายจ้าง ในจำนวนคนละไม่เกินสองชุดต่อปี และเสื้อนอก ในจำนวนคนละไม่เกินหนึ่งตัวต่อปี ค่าชุดฟอร์มพร้อมค่าตัดดังกล่าว พนักงานได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีตาม กฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (34) ทั้งนี้  

“เครื่องแบบ” หมายความว่า เครื่องแต่งกาย รวมทั้งสิ่งประกอบเครื่องแต่งกายที่กําหนดให้แต่งเพื่อใช้ในการปฏิบัติงาน แต่ไม่รวมถึงรองเท้าที่อาจใช้งานได้ทั่วไป ชุดชั้นใน หรือสิ่งประกอบ เครื่องแต่งกายที่ทําด้วยโลหะ หรืออัญมณีที่มีค่า เช่น เงิน ทองคํา ทับทิม หยก  

“เสื้อนอก” หมายความรวมถึง ชุดไทยพระราชทานและเสื้อที่นิยมใช้ในการแต่งกาย ไปในงานสําคัญต่าง ๆ

  • เงินเดือนหรือค่าจ้างที่คนประจำเรือได้รับเนื่องจากการปฏิบัติงานบนเรือไทย

ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการพาณิชยนาวีที่ใช้ในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 204 (พ.ศ.2539) ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน พ.ศ.2539 เป็นต้นไป

จะเห็นได้ว่า สวัสดิการบางอย่างที่ได้รับการยกเว้นจากกรมสรรพากรไม่ต้องนำมาคำนวณภาษีนั้น มักเป็นสวัสดิการที่เป็นไปเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่พนักงานเป็นการทั่วไป ไม่ได้ให้เพียงพนักงานคนใดคนหนึ่ง โดนทางบริษัทเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์ของสวัสดิการนั้น และได้มีการแจ้งให้พนักงานทราบเป็นการทั่วไปมิใช่นโยบายภายในที่รู้กันเฉพาะพนักงานบางราย ซึ่งนอกจากสวัสดิการที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังรวมถึงสวัสดิการอื่นๆ เช่น การจัดงานเลี้ยงในวันปีใหม่ (ไม่รวมกรณีที่มีจับฉลากของรางวัล ซึ่งมูลค่าของรางวัลที่ได้รับต้องนำมาคำนวณในการเสียภาษี) ค่าฌาปนกิจศพ, ทุนการศึกษาแก่พนักงาน และการจัดฝึกอบรมพนักงาน เป็นต้น 
สำหรับพนักงานบริษัทที่มีหน้าที่ดูแลข้อมูลของพนักงาน และบันทึกค่าสิทธิสวัสดิการต่างๆ สามารถใช้โปรแกรมบัญชี FlowAccount ซึ่งมีระบบจัดการเงินเดือนออนไลน์ ในการช่วยบันทึกข้อมูล ทำเงินเดือน และบันทึกค่าใช้จ่ายของพนักงานได้ อาทิ ประกันสังคม หัก ณ ที่จ่าย ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่ารักษาพยาบาล และสิทธิสวัสดิการอื่นๆ ที่สามารถปรับเพิ่ม/ลด ได้ด้วยตนเองทุกเดือน สามารถทดลองใช้งานได้ฟรี 30 วัน และดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ FlowAccount

Share this article
Shareable URL
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

รู้จัก Work Life Balance กันมานาน มารู้จัก Work Life Harmony บ้างดีกว่า

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ กระแส Work Life Balance (เวิร์ค ไลฟ์ บาลานซ์) ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง…
Work Life Balance vs Work Life Harmony

อัปเดต 2024! พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมคืออะไร ตอนนี้ถึงไหนแล้ว?

พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมฉบับล่าสุดถึงไหนแล้ว ใครได้สิทธิ์อะไรบ้าง? ไม่ว่าจะเป็นเพศใดก็ล้วนมีสิทธิ์ที่จะรัก ได้รัก…
พรบ สมรสเท่าเทียม ล่าสุด

วอร์มไวท์ คูลไวท์ หรือเดย์ไลท์ เลือกหลอดไฟแบบไหนดีต่อสุขภาพ?

ปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพของเราไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องอาหารการกินหรือการออกกำลังกายเท่านั้นนะ…
วิธีการเลือกหลอดไฟให้ถูกวิธี